รู้เรื่องไตวาย ก่อนจะสายจนเกินไป -=Byหมอแมว=- หมวด » ชีวิต ความรัก สุขภาพ » สุขภาพ

 

ปกติตอนเช้าของทุกวัน จะมีผู้ป่วยมาตรวจรักษาในคลินิกเบาหวาน ครั้งนั้นมีผู้ป่วยรายหนึ่งบอกกับผมว่า
"หมอ ครั้งหน้าผมจะไปรักษากับหมอสมุนไพรก่อนนะ"
"ทำไมล่ะครับ" ผมถาม
"เพราะทางนั้นทักว่าที่ผมเป็น ไตวาย เป็นเพราะว่ายาเบาหวานกับยาความดันสูง  ผมก็เลยอยากไปลองรักษากับทางนั้นดู"

ปัญหาเรื่องไตวายเป็นหนึ่งในโรคที่ก่อปัญหาทางจิตใจต่อผู้คนทั่วไป เนื่องจากภาพที่ออกมาสู่ประชาชนก็คือ เป็นโรคไต จะต้องฟอกไต ต้องเสียเงินมหาศาล กินนั่นกินนี่ไม่ได้ดังใจ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ว่าคนจำนวนมากกลัวว่าตนเองจะกลายเป็นโรคไตแบบนั้น
ปัญหาคือ หลายคนกลัวกราเป็นโรคไตมาก แต่กลับมีความรู้ความเชื่อที่ผิดหรือคาดเคลื่อนจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้

ดังนั้นวันนี้จะมาคุยกันเรื่องโรคไตวายที่เรากลัวกันครับ เพื่อจะได้รู้อย่างเท่าทัน

การทำงานของไต
ข้อมูลพื้นฐานของไตบางอย่างคงจะรู้ๆกันอยู่หรือหาได้จากกูเกิล ดังนั้นผมจะเล่าเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับตอนนี้เท่านั้นครับ
หน้าที่ของไตคือทำการกรองของเสียจากเลือดแล้วขับถ่ายออกไปเป็นปัสสาวะ ดังนั้นมันจึงเป็นอวัยวะที่ประกอบไปด้วยส่วนหลักๆสองส่วนคือ
- เส้นเลือด คือ เส้นเลือดที่นำสารมาฟอกที่ไต
- ท่อน้ำ นำน้ำออกจากไตไปเป็นปัสสาวะ
โดยเลือดจะผ่านมาทางเส้นเลือดแดง เมื่อเลือดวิ่งผ่านส่วนต่างๆ สารต่างๆก็จะซึมออกมาจากเส้นเลือดเข้าไปสู่ท่อจากนั้นก็ไหลกลับเข้าร่างกายเป็นเลือดที่สารบางชนิดลดลง ... ส่วนท่อที่รับของเสียก็จะถ่ายเทสารที่ร่างกายไม่ต้องการ
ผมเลี่ยงการใช้คำว่า"ของเสีย"ในชั้นนี้ เพราะว่าสารที่ร่างกายขับออกมาทางไต ไม่ได้มีแค่ของเสียนะครับ สารบางอย่างบางตัวเป็นของที่ร่างกายไม่ต้องการหรือไม่ก็ไม่ได้ใช้ในภาวะปกติ
อย่างเช่นน้ำ/เกลือแร่ ถ้ามีมากเกินความต้องการของร่างกาย ไตก็จะขับออกมามาก แต่ถ้าร่างกายขาดน้ำกับเกลือแร่ ไตก็จะทำหน้าที่เก็บน้ำและเกลือแร่ไม่ให้กลับออกมา
ดังนั้นในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ไตจึงมีหน้าที่สองส่วนที่สำคัญก็คือ  "ปรับความสมดุลในการทำงานของร่างกาย" และ "การขับสารที่ร่างกายไม่ต้องการ"

ไตวายเกิดขึ้นมาอย่างไร
โรคไตวายอันเกิดมาจากการทำงานของไตลดลงจากเดิม ... ดังที่ได้บอกไปแล้วว่าไตนั้นประกอบมาจากเส้นเลือดและท่อขับปัสสาวะ ดังนั้นเมื่อมีโรคหรือภาวะที่ไปส่งผลต่อส่วนใดส่วนหนึ่งก็จะทำให้เกิดการเสียหายของไตได้
- ไตวายเฉียบพลัน เป็นภาวะที่ไตทั้งหมดหยุดการทำงานไป สิ่งที่ตามมาคือจะเกิดการคั่งของของเสียและเกลือแร่ในร่างกาย ถือเป็ฯภาวะที่อันตรายต่อชีวิตชนิดหนึ่ง เนื่องจากสารที่คั่งค้างในปริมาณสูงนั้นเกิดคั่งอย่างเฉียบพลัน ดังนั้นอวัยวะอื่นๆที่ปรับตัวไม่ทันก็จะเสียการทำงานอย่างรวดเร็วและถึงแก่ชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
ไตวายชนิดนี้ดีอย่างนึงคือแม้เวลาเป็นจะรวดเร็วรุนแรง แต่เมื่อหายแล้วก็มักจะหายดีไม่ค่อยมีผลสืบเนื่องมาก อย่างไรก็ตามไตวายชนิดเฉียบพลันนี้เป็นชนิดที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักกันครับ  ... ซึ่งที่จริงถ้าแปลชื่อโรคนี้เป็นภาษาไทย อาจจะเรียกให้ได้ความหมายที่เข้าใจง่ายกว่าคือ ไตหยุดทำงานฉับพลัน (ไปใช้คำว่าวายแล้วบางคนเข้าใจว่าเป็นชนิดเรื้อรัง) ... เวลาเป็นก็นอนโรงพยาบาลอย่างเดียว ไม่มีการไปๆมาๆไปฟอกเลือดแต่อย่างใด
- ไตวายเรื้อรัง ไตวายเรื้อรังถือเป็นชนิดของไตวายที่คนทั่วไปรู้จักกันมากกว่าครับ เพราะคนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการที่ยาวนานกว่าและช่วงที่เป็นนั้นจะใช้ชีวิตในสังคมมากกว่าชนิดแรก โรคนี้เกิดจากการเสียหายของไตอย่างช้าๆ ทีละน้อยๆ และเมื่อการเสียหายมากถึงระดับที่เกินจะปรับตัวได้ ก็จะเกิดการสะสมของสารที่ร่างกายไม่ต้องการทีละน้อย ร่างกายจะพยายามปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงนั้นๆจนกระทั่งเมื่อปรับไม่ได้จึงจะเกิดอาการ
ไตวายเรื้อรังนี้ถือเป็นไตวายที่คนส่วนใหญ่รู้จักครับ เพราะส่วนใหญ่คนที่ต้องไปมาระหว่างโรงพยาบาลและบ้านเพื่อฟอกเลือดก็คือผู้ป่วยในกลุ่มนี้
ในงวดนี้ผมจะเจาะเฉพาะเรื่องไตวายเรื้อรังนะครับ เพราะไตวายเรื้อรังถือเป็นโรคไตวายที่คนเกือบทุกคนถามถึงไม่ว่าจะทางสื่อใดๆ

อะไรบ้างที่ทำให้เกิดไตวายเรื้อรัง
โรคหรือภาวะที่ทำให้เกิดไตวายก็คืออะไรก็ตามที่ทำให้เกิดความเสียหายกับส่วนประกอบของไตซึ่งก็คือโรคที่เกิดกับเส้นเลือดและท่อของไต (หรือทั้งสองอย่าง)
อันดับหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เกิดไตวายก็คือ "เบาหวาน" ครับ "ตามมาด้วยอันดับสองคือ "โรคความดันโลหิตสูง" ทั้งสองโรคนี้ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไตวายเรื้อรังถึง50-60%เลยทีเดียวครับ
เนื่องจากทั้งสองโรคนี้เป็นโรคที่จะส่งผลต่อเส้นเลือด โดยทำให้เส้นเลือดเล็กๆทั่วร่างกายเกิดการแข็งตัวขึ้น จากนั้นเมื่อการแข็งตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความดันในเส้นเลือดของไตก็จะมากขึ้นจนเลือดไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ ดังนั้นเส้นเลือดของไตเส้นเล็กๆก็จะเกิดการเสียหายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทีละน้อยๆ
ดังนั้นคนที่เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูง หากไม่ได้รับการรักษาจึงมักจะมีความเสียหายของไตและเกิดไตเสื่อมตามมาครับ ... และบางส่วนก็จะกลายไปเป็นไตวายเรื้อรัง
ส่วนที่เหลือรองๆลงมาเกิดจากสาเหตุอื่นๆเช่นการอักเสบของเนื้อไต , การอักเสบของหน่วยไต , กรวยไตอักเสบเรื้อรัง , นิ่วหรือต่อมลูกหมากอุดตัน , ยาและสารเคมี , โรคทางพันธุกรรมบางชนิด แบ่งกระจายกันไปอีก 50%

ตรวจอะไรจึงจะรู้ว่าเป็นไตวาย
ปกติแล้วเวลาแพทย์สงสัยว่าไตมีการทำงานที่ผิดปกติก็จะทำการตรวจสารที่ชื่อว่า ครีอาตินีน Cr และ สารยูเรียไนโตรเจน BUN ซึ่งเป็นสารที่ปกติจะขับได้ทางไต และจะเพิ่มสูงขึ้นในรายที่เป็นไตวาย
นอกจากนี้ในรายที่มีโรคที่ต้องระวังเรื่องไตวายเรื้อรัง อาจจะมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อเฝ้าระวัง เช่นอาจจะมีการตรวจปัสสาวะเพื่อดูโปรตีนที่รั่วออกมา หรืออาจจะตรวจวัดค่าเกลือแร่บางชนิดในเลือดและปัสสาวะเทียบสัดส่วนกัน (สารแมกนีเซียม แต่ก็ยังอยู่ในขั้นการวิจัย)

ถ้าเจาะเลือดปกติแปลว่าไม่ได้เป็นไตวายใช่ไหม
ในคนปกติจะมีหน่วยการทำงานในไตเป็นล้านๆหน่วย ปัญหาคือในคนปกติ ไตจะไม่ได้ทำงานเต็มที่ ... และร่างกายสามารถเร่งการทำงานของไตได้สูงมาก ดังนั้นในคนที่เหลือไตอยู่ช้างเดียว ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้โดยที่ยังไม่มีภาวะเรื่องไตวายแต่อย่างใด
ดังนั้นเทียบง่ายๆได้ว่า กว่าที่เราจะรู้หรือตรวจพบภาวะไตวายจากผลเลือดได้ ไตต้องเสียไปแล้วมากกว่า50%ของทั้งหมด ... ดังนั้นการที่ตรวจพบว่าเป็นไตวาย ต่อให้ปีก่อนๆนั้นไม่เคยตรวจพบ แล้วมาตรวจพบเอาปีนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าเพิ่งเป็นครับ แต่หากแปลว่าเป็นมานานแล้วแต่เพิ่งมาตรวจเจอ

ยาไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดไตวายหรือ
ยารักษาโรคเป็นสาเหตุที่เจอได้บ้างในไตวายเรื้อรัง แต่ว่ามันไม่ใช่สาเหตุหลักครับ ... กระบวนการที่ทำให้เกิดไตวายอันเกิดมาจากยามีสองแบบหลักๆ
แบบที่หนึ่ง ร่างกายเมื่อได้รับยาเข้าไปแล้วเกิดการเข้าใจผิด เลยสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาทำลายไตของร่างกายตนเอง ทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อไต Interstitial nephritis แบบนี้เป็นกระบวนการที่ไม่เกี่ยวกับยาโดยตรง แต่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
แบบที่สอง เป็นผลของยาโดยตรงเช่นเป็นยาที่มีพิษต่อไต หรือเป็นยาที่ลดเลือดที่ไปเลี้ยงไต ซึ่งยาที่ค่อนข้างมีผลต่อไตอย่างชัดเจนคือยาในกลุ่ม NSAIDs เป็นกลุ่มยาแก้ปวด  ....ปกติกลุ่มนี้แพทย์ส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้กินต่อเนื่องอยู่แล้วเพราะว่ามันก่อให้เกิดเลือดออกในทางเดินอาหารได้
โดยรวมๆแล้วยาไม่ค่อยได้เป็นสาเหตุหลักของไตวายครับ และในทางกลับกัน โรคที่เป็นเรื้อรังหลายโรคหากควบคุมไม่ดีก็จะก่อให้เกิดไตวายตามมาได้ ... ดังนั้นสำหรับเรื่องยาก็มีข้อสรุปง่ายๆคือ
ถ้าจำเป็นต้องใช้ ก็ใช้ต่อไป แต่ถ้าหากมีทางเลือกที่ทำให้หยุดยาได้โดยที่โรคไม่กำเริบก็พยายามทำ และ ไม่ควรซื้อยามากินต่อเนื่องเอง

ใช้ยาเบาหวานความดันสูงมานานจะหยุดยาได้ไหม กลัวไตวายเพราะยา
ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานและความดันสูง หากไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลและความดันได้เอง ก็จำเป็นต้องใช้ยาต่อไปครับ ... เพราะถ้าไม่ใช้ยา ก็จะเกิดไตวายได้ในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย
ในทางกลับกัน ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่ายาที่ใช้รักษาโรคเบาหวานและความดันสูงจะทำลายไต


กินเกลือ/น้ำ/เนื้อ มากไป จะไปทำให้ไตวาย
มีความจริงข้อหนึ่งที่ว่า ผู้ป่วยที่เป็นไตวายไปแล้ว จะเกิดความผิดปกติของการขับสารต่างๆจากร่างกาย ดังนั้นหากกินน้ำหรือเกลือมากเกินไป ก็จะเกิดอาการตามมาได้คือเกิดการบวมของส่วนต่างๆ หรือเกิดน้ำเกินในปอด(น้ำท่วมปอด) หรือในคนที่เกิดไตวายไปแล้ว ก็จะได้รับคำแนะนำว่าให้กินโปรตีนเนื้อสัตว์ให้น้อยเพราะว่าสารกลุ่มโปรตีนจะทำให้ไตแย่ลง
ข้อความข้างต้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าจริง คนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังควรหลีกเลี่ยงการกินเกลือ/น้ำ/โปรตีน ในปริมาณที่มาก และควรระวังการใช้ยาต่างๆ แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่บอกว่าการกินเกลือ น้ำ หรือโปรตีนมากๆจะทำให้กลายไปเป็นโรคไตวาย
ดังนั้นคนที่เป็นแล้วก็ควรหลีกเลี่ยงครับ แต่คนที่ยังไม่เป็น ก็กินต่อไปได้เพียงแต่ว่ากินให้พอดีๆก็พอ ... ไม่ต้องกลัวมากจนเกินไปครับ

ในผู้ป่วยรายข้างต้นเรื่อง หลังจากหายไปได้เดือนสองเดือน ก็กลับมาอีกครั้งด้วยน้ำตาลสูง เหนื่อย เพลีย ... และมีอาการหลายอย่างที่ผมดักไว้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไปกินยาหม้อ ... ในที่สุดก็กลับมารักษาที่โรงพยาบาลต่อ

เรื่องไตวายยังไม่หมดครับ


โดย: หมอแมว
ตั้งเมื่อ: 04:25 น. 7 เม.ย. 2008
แท็ก: หมอแมว

แสดงความคิดเห็น

emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon emoticon

1 บวก 1 ได้เท่าไหร่ กรอกตัวเลขลงในช่องนี้  
ความคิดเห็นที่ 63 โดย: คนขี้สงสัย เขียนเมื่อ 09:59 น. 4 ต.ค. 2008

ปัสสาวะมีสีคล้ายนำล้างเนื้อมีผลกับไตหรือไม่

IP: 192.168.212.73, 61.7.219.XXX
ความคิดเห็นที่ 62 โดย: จุ๊ เขียนเมื่อ 15:58 น. 27 ก.ย. 2008

ขอนอกเรื่องนิดนึงค่ะ ใครทราบวิธีรักษาโรคท้องมารบ้าง
อาการ
1. ท้องป่องประมาณเกือบปีแล้ว ตอนนี้ผอมซูบ และห้องโตยิ่งกว่าคนท้อง 9 เดือน
2. ปวดท้องมาก
3. แรกๆ ไปเจาะน้ำที่โรงพยาบาลมีชื่อในหาดใหญ่ มีน้ำออกมา 5-7 ลิตร หลังๆ เจาะไม่ออก หมอให้รอทำใจอย่างเดียว
**ใคร่ขอผู้มีความรู้ด้านนี้ช่วยเหลือแม่ของเพื่อนหน่อยค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างสูง
ขอบคุณค่ะ

IP: 203.121.191.XXX
ความคิดเห็นที่ 61 โดย: โรคนิ่วท่อไต เขียนเมื่อ 15:10 น. 19 พ.ค. 2008

บำรุงตับ ไต และถุงน้ำดี อาติโช๊ค พืชอาหาร
Artichoke (ATISO) อาร์ติโช๊ค

อาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus) เป็นพืชที่นิยมปลูกในต่างประเทศ เฉพาะภูเขาสูงมากกว่า 1,500 เมตร เท่านั้น ปี 2513 นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรป ได้ค้นพบสารไซนาริน ” มีคุณค่าทางอาหาร และยา นำมาบริโภคสด หรือปรุงอาหารได้ทุกส่วน หรือนำมาสกัดสารไซนาริน(Synarin) รับประทานเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพได้ดี” ในยุคโบราณอาร์ติโช๊คเป็นอาหาร และยารักษาโรคของชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมัน และเป็นเมนูอาหารที่สำคัญในทุกงานเลี้ยงของกรุงโรม นอกจากจะเป็นอาหารเสริม แล้วยังมีสรรพคุณทางยา ดังนี้

1. ช่วยบำรุง กระตุ้นการทำงานของตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ในการสกัดสารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากกระแสโลหิต สร้างน้ำดีและน้ำย่อย และเปลี่ยนแปลงหรือสร้างสารอาหาร ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย

2. กระตุ้น การสร้างน้ำดีของตับ ทำให้มีประสิทธิภาพในการลดไขมัน (Chloresteral) ในเลือด ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานดี ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน

3. เสริมสร้างการทำงานของถุงน้ำดี ช่วยสร้างน้ำดีป้องกันถ

IP: 58.9.236.XXX
ความคิดเห็นที่ 60 โดย: chanu เขียนเมื่อ 11:00 น. 18 เม.ย. 2008

Bodydesing ใหม่สุดๆ กระชับทรวงอกให้เต่งตึงใน 1 สัปดาห์ พิสูจน์แล้วจากผู้ใช้ 65 ประเทศ
เห็นผลและปลอดภัย ผลิดจากธรรมชาติ 100%
http://bodydesign.byethost31.com/index4.html เต่งตึงใน 1 สัปดาห์

IP: 124.120.6.XXX
ความคิดเห็นที่ 59 โดย: ja เขียนเมื่อ 20:06 น. 13 เม.ย. 2008

ขา ย บริการค่ะ
ชอบแย่งผัวชาวบ้านด้วยค่ะ เป็นเมียน้อยนี่ยิ่งชอบค่ะ
แบบว่าผัวใครอย่าเผลอนะค่ะเราเอาหมดค่ะ
ชอบค่ะของเหลือเดนมันดี ชอบของเน่าๆๆค่ะ

ประหวัดส่วนตัว.......

ชื่อ : จารุวรรณ เรียก จา หรือ กิ๊ก ก้อได้
เรียน : มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพรรณี
คณะนิเทศ ปี 1 เรียน เสาร์-อาทิตย์
หอพัก : เช่าบ้านอยู่กับเพื่อน 2 คน
หมู่บ้านศิริกาน ซอยสนามกอร์ฟ
บ้าน : บ้าน พ่อ-แม่ อยู่เขาคิชกูด จันทบุรี
เที่ยว : ไนร์ผับ จันทบุรีประจำ
แฟน : ผัวเก่าเป็นกัปตันอยู่ ไนร์ผับ โดนมันซ้อมทุกวันเลยเลิกกับมัน แฟนใหม่ยังไม่มีตอนนี้หาแย่งผัวชาวบ้านกินแย่งมาได้คนนึงละจีบ 2 วันเราให้ เอา เลย สะใจ
ลักษณะ : ตาโต ผมน้ำตาลทอง ดัดฟัน ผมยาวเลยบ่านิดหน่อย ผิดขาว ขี้เงี่ ย น

ติดต่อ : จา 086-3181110 , 086-1593735

ไม่งั้นไปถามหาบ้านพ่อแม่เราได้นะ พร้อมจะขายลูกกินเสมอ

IP: 124.121.16.XXX
ความคิดเห็นที่ 58 โดย: vv เขียนเมื่อ 09:52 น. 13 เม.ย. 2008

+ อ้/ว8น อย่างนี้ ใครจะเอา+
เบื่อมั้ย? ที่เราหุ่/นไม่ดีอย่างคนอื่นเค้/
เบื่อมั้ย? ที่คนอื่นหุ่/นดีกว่า
เบื่อ8มั้ย? ที่เราไม่มีแฟนเพราะเราอ้8/ว-น
s u r a c ha t e . t r e n d y c a r e . c o m
ปล. พิ/มพ์๘ติ/ดกันเลย ไม่ต้องพิ8มพ์ vv . vv . vv . นะคะ

IP: 117.47.223.XXX
ความคิดเห็นที่ 57 โดย: ใครว่ะ เขียนเมื่อ 21:14 น. 12 เม.ย. 2008

น้ำ มีผลเสียด้วยหรอเนี่ย

IP: 118.172.230.XXX
ความคิดเห็นที่ 56 โดย: nat เขียนเมื่อ 16:52 น. 12 เม.ย. 2008

คือจริงๆแล้วผมก็มีข้อข้องใจอยู่เหมือนกันนะครับ โดยปกติแล้วคนเราจะถ่ายปัสสาวะกี่ครั้งต่อวันครับหมอ แล้วถ้าในปัสสาวะไม่ใสแต่ขุ่นมันหมายถึงอะไรครับ

IP: 222.153.162.XXX
ความคิดเห็นที่ 55 โดย: แพทยผู้อยากระบาย เขียนเมื่อ 11:52 น. 12 เม.ย. 2008

คุณคหที่ 52 ก็อยากรบกวนถามนิดนึงว่า คุณกลั้นปัสสาวะบ่อยไหม หรือเวลาปัสสาวะในช่วงปกติแล้วมีอะไรผิดปกติหรือไม่ เคยเป็นนิ่ว เคยมีอุบัติเหตุเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะหรือไม่ เพราะหากมีเหตุการณ์ใดๆที่ทำให้ปัสสาวะลำบากหรือมีภาวะท่อปัสสาวะตีบอยู่แล้ว จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย หากเป็นบ่อยเกินไปโดยที่ไม่ได้กลั้นปัสสาวะ ก็ควรไปรับการตรวจแบบละเอียด แต่บอกเลยครับถ้ากรวยไตอักเสบบ่อยๆ ไตเสื่อมแน่นอน แต่กี่ครั้งไตถึงเสื่อมนี่คงแล้วแต่คนไข้แต่ละคนครับบอกจำนวนครั้งที่แน่นอนคงไม่ได้

ส่วนคุณคหที่ 13 อยากทราบว่า ยาที่คุณใช้ชื่ออะไรครับ

IP: 61.7.133.XXX
ความคิดเห็นที่ 54 โดย: แพทยผู้อยากระบาย เขียนเมื่อ 11:35 น. 12 เม.ย. 2008

ตอบ คหที่ 33 ผมตอบให้แล้วกัน หากท้องร่วงมากๆ ร่างกายจะเสียน้ำในร่างกายไปมาก ทำให้ปริมาณน้ำในระบบไหลเวียนโลหิตลดลงมากตามไปด้วย เมื่อลดลงมากๆ ความดันโลหิตก็จะตก ทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ไตน้อยลง ไตจึงมีโอกาสวายได้เลย หากไม่แก้ไขแบบทันท่วงที

ส่วนที่กินน้ำมากแล้วทำให้บวม ก็ง่ายๆครับ เพราะว่าหากเป็นไตวายแล้ว ไตจะขับปัสสาวะออกได้น้อยลง ดังนั้นน้ำจึงมีโอกาสคั่งในร่างกายได้มากกว่าปกติ จึงต้องควบคุมการดื่มน้ำและของเหลวในแต่ละวัน แต่หลายๆคนก็ต้องให้ยาขับปัสสาวะร่วมด้วย ส่วนทำไมคนเป็นโรคไตกินเค็มแล้วไม่ดี ก็เพราะว่า เกลือจะมี โซเดียม ซึ่งจะเป็นตัวดึงน้ำกลับเข้ามาในร่างกาย ทำให้บวมมากขึ้น

ที่น่ากลัวคือ คนที่เป็นเบาหวานและความดันจำนวนมาก ควบคุมไม่ดี เพราะยังอดไม่ได้ที่จะกินอาหารที่หมอเตือนไว้ เข้าใจครับว่าคงอร่อย แต่ว่าหากคุมไม่ดี ไตจะค่อยๆเสื่อมช้าๆ โดยไม่รู้ตัว หมอก็ได้แต่เตือน แต่ว่าคนส่วนใหญ่จะคิดว่า กินนิดกินหน่อยไม่เป็นอะไร กว่าจะรู้ตัว ก็เป็นโรคไตไปแล้ว ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ดังนั้นใครที่เป็นหรือมีญาติเป็นเบาหวาน ก็ดูแลควบคุมอาหารดีๆนะครับ

IP: 61.7.133.XXX
ความคิดเห็นที่ 53 โดย: saa เขียนเมื่อ 08:56 น. 12 เม.ย. 2008

หากคุณกำลังหาวิธีลดน้ามหนั.กที่ปลอดภัยและได้ผล
ฺ ไม่ใช้ยา
ฺ ไม่ต้องออกกำลังกายเพิ่ม
ฺ ไม่ต้องอดอาหาร แต่ใช้โภชนาการบำบัด
ฺ ประกันผลร้อยเปอร์เซนต์
ลองเปิดเวบสิ ** http://swgold.smokaz.com **

IP: 125.27.68.XXX
ความคิดเห็นที่ 52 โดย: ตอบให้ด้วยนะหมอแมว เขียนเมื่อ 20:07 น. 10 เม.ย. 2008

หมอในขณะนี้เราเป็นกรวยไตอักเสบ ครั้งที่ 2 และไปหาหมอมีทั้งยาฉีด และ ยากิน แต่ในครั้งแรกที่เป็นเราไม่ได้ไปหาหมอเพียงแต่ไปร้านยาที่มีเภสัทบอกอาการไป เค้าก็บอกว่าเป็นกรวยไตอักเสบและแนะนำยากินจนหาย อยากทราบว่า 1.กรวยไตอักเสบ เป็นโรคที่รักษาหายขาดได้รึเปล่า (เพราะมีบางคนบอกเราว่ารักษาไม่หายขาด) 2.เป็นกรวยไตอักเสบบ่อยแค่ไหน ที่ทำให้มีโอกาสเป็นไตวาย

IP: 118.173.131.XXX
ความคิดเห็นที่ 51 โดย: kk เขียนเมื่อ 16:04 น. 10 เม.ย. 2008

ขอยคุณครับ หมอ

IP: 192.168.4.225, 61.7.174.XXX
ความคิดเห็นที่ 50 โดย: VV เขียนเมื่อ 12:38 น. 10 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 49 โดย: jeab เขียนเมื่อ 11:46 น. 10 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 48 โดย: krupi เขียนเมื่อ 11:05 น. 10 เม.ย. 2008

ผมก็เป็นไตวายเรื้อรังคับ แต่เป็นเนื่องจาก โรคพันธุกรรมคับ เป็น ซิสต์ในไต ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีนะคับ อย่าได้มาข้องแวะทางนี้เลย เป็นเบาหวานแล้วถ้าเป็นไตด้วยสงสัย ต้องกินกระดาษแทนข้าวนะคับ

IP: 222.123.214.XXX
ความคิดเห็นที่ 47 โดย: vv เขียนเมื่อ 09:38 น. 10 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 46 โดย: 316 เขียนเมื่อ 08:55 น. 10 เม.ย. 2008

ขอขอบพระคุณมากกับสาระดีมีประโยชน์ครับ

ของฝากครับ....

IP: 124.157.132.XXX
ความคิดเห็นที่ 45 โดย: คนที่ผ่านมา เขียนเมื่อ 00:25 น. 10 เม.ย. 2008

ให้ความรู้ดีมาก ๆ เลยค่ะ

เพราะคุณแม่ก็เป็นความดันอยู่เหมือนกัน

เคยสงสัยว่ายาจะมีผลข้างเคียงต่อร่างกายส่วนอื่นบ้างรึเปล่า

ขอบคุณค่ะ คุณหมอ

IP: 222.123.213.XXX
ความคิดเห็นที่ 44 โดย: ต้น เขียนเมื่อ 18:19 น. 9 เม.ย. 2008

ดีมากเลยครับ
มีประโยชน์มากๆครับ
ขอบคุณครับที่มีเรื่องดีๆและ บอกต่อๆกันด้วยนะครับ
อยากรู้ว่าการกินนำมากๆดี แล้วทำไมตอนกางวันจึงปัสสาวะได้น้อยจัง 2 รอบเอง พอตกดึกไปปล่อยบ่อยมากเลยครับ ต่อคืน 7-10 รอบครับ

IP: 118.175.196.XXX
ความคิดเห็นที่ 43 โดย: ป้อม เขียนเมื่อ 16:47 น. 9 เม.ย. 2008

แม่เราเป็นความดันสูง แต่เสียเพราะโรคไตวาย เสียไปได้5ปีแล้ว ก่อนเสียป่วยและฟอกเลือดอยู่ 3 ปีเต็ม ตอนนั้นเราเรียน ม ปลาย ต้องทำอาหารให้ทุกอย่าง ใช้ช้อนตวงวัดอาหารทุกอย่าง

IP: 118.172.138.XXX
ความคิดเห็นที่ 42 โดย: Kangbo เขียนเมื่อ 13:24 น. 9 เม.ย. 2008

ดีมากครับได้ความรู้เยอะดี จะติดตามต่อนะครับ

IP: 202.91.19.XXX
ความคิดเห็นที่ 41 โดย: 007 เขียนเมื่อ 09:15 น. 9 เม.ย. 2008

IP: 124.121.46.XXX

ความคิดเห็นที่ 40 โดย: ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอนฯ เขียนเมื่อ 09:10 น. 9 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 39 โดย: พุงปาล์มถั่วเหลืองอายุสั้น เขียนเมื่อ 09:07 น. 9 เม.ย. 2008

อยากขอร้องให้หมอแมวช่วยวิจัยเรื่องนี้ให้ด้วย

ถั่วเหลืองมีน้ำมันถั่วเหลือง อยู่กี่เปอร์เซ็น ?
ปามล์มีน้ำมันปล์ามอยู่กี่เปอร์เซ็น ?
น้ำกับน้ำมันในหลอดเลือดในอุณภูมิ38องศาเซลเซียสมีแรงดันเท่าไหร่?
น้ำเต้าหู้รสจืดจะมีสภาพเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อเอากาแฟใส่ลงไป?
ทำไมเวลาเราทำเต้าหู้เราต้องใส่น้ำปูนใสไปก่อนที่จะรีดน้ำออกด้วย?
ทำไมเฉียนหลงฮ่องเต้ ต้องพยายาม หาวิธี เสวยเต้าหู้โดยไม่เป็นโรคท้องมารตาย ตามที่ประชาชนเป็นโรคท้องมารตาย?
จริงหรือไม่ที่อาหารรสขมหมดไป โรคไต ก็ตามมาแทนเพียบ?

จริงหรือไม่ที่อาหารรสฝาดหมดไป โรคเบาหวาน ก็ตามมาแทนเพียบ?

จริงหรือไม่ที่อาหารรสขม(บำรุงน้ำดีและตับแก่)หมดไป โรคไต ก็ตามมาแทนเพียบ?

จริงหรือไม่ที่อาหารรสฝาด(บำรุงตับอ่อน)หมดไป

IP: 125.27.69.XXX
ความคิดเห็นที่ 38 โดย: เเปแกก เขียนเมื่อ 08:58 น. 9 เม.ย. 2008

IP: 125.27.69.XXX
ความคิดเห็นที่ 37 โดย: มึงใช้ได้ เขียนเมื่อ 07:17 น. 9 เม.ย. 2008

กูว่ามึงเป็นคนดีนะไอ้แมว
งั้นมึงก็มาแนะนำอะไรดีๆต่อไป
กูสนับสนุน

IP: 118.172.56.XXX
ความคิดเห็นที่ 36 โดย: vv เขียนเมื่อ 19:31 น. 8 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 35 โดย: airmind เขียนเมื่อ 18:59 น. 8 เม.ย. 2008

ขอถามหมอแมวครับ

เค้าว่าถ้าทานน้ำเยอะๆแล้วจะดีนี่มันยังไงหรอครับ

ปริมาณขนาดไหนที่ดีในแต่ละวันครับ

อย่างผมวันละสองลิตรมากไปไหมครับ

ขอบคุณครับ

IP: 124.121.151.XXX
ความคิดเห็นที่ 34 โดย: T-T เขียนเมื่อ 18:39 น. 8 เม.ย. 2008

ที่รู้มา มันเกี่ยวกับน้ำที่เราดื่มอยู่ทุกวัน ทั้งคลอรีน และสารพิษที่ปนเปื้อนมากับน้ำ เมื่อมันผ่านไต แน่นอนว่าไตต้องทำงานหนัก และยิ่งเป็นน้ำบริสุทธิ์อีก ยิ่งไปกันใหญ่ (น้ำดื่มสะอาด น้ำดื่มตรา..อะไรนี่แหละ มันสะอาดเกินไป เหมือนน้ำกลั่น) เพราะน้ำจะไม่มีแร่ธาตุ เมื่อเรากินเข้าไป น้ำที่เรากินจะดูดแร่ธาตุในร่างกายของเราไปกับน้ำ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย...เราดื่มน้ำทุกวันนะครับ แล้ววันนี้เราดูแลเรื่องสุขภาพของเราและคนรอบข้างกันหรือยัง

IP: 124.157.232.XXX
ความคิดเห็นที่ 33 โดย: คุณอยากรู้ เขียนเมื่อ 16:44 น. 8 เม.ย. 2008

ถามคุณหมอแมวครับ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมมีอาการท้องร่วงเฉียบพลัน เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่ 4 วัน มีอยู่ช่วงนึงวันก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล คุณหมอที่รักษาบอกว่าที่ห่วงคือกลัวว่าผมจะไตวาย ผมฟังแล้วไม่เข้าใจครับ ท้องร่วงทำไมจึงจะเกิดไตวายได้ครับ

IP: 202.57.159.XXX
ความคิดเห็นที่ 32 โดย: OIL 27 เขียนเมื่อ 16:01 น. 8 เม.ย. 2008

ดื่มน้ำดื่มได้แต่ต้องมีแร่ธาตุและความสะอาด(ไม่ใช่น้ำบริสุทธิ)อยากรู้เรื่องน้ำmailมาได้ที่ loveoil_boy@hotmail.com พอจะให้ความรู้ได้ฟรีเน้นฟรีสุขภาพหาซื้อไม่ได้ต้องดูแลเองนะคับ

IP: 10.107.66.202, 210.246.192.XXX
ความคิดเห็นที่ 31 โดย: หมอหมูหมู เขียนเมื่อ 15:39 น. 8 เม.ย. 2008

ขอบคุณหมอแมว สำหรับบทความดีๆ เช่นเคย

IP: 125.26.200.XXX
ความคิดเห็นที่ 30 โดย: ป้า เขียนเมื่อ 14:48 น. 8 เม.ย. 2008

อยากทราบวิธีการดูแลผู้ป่วย อาหารหรือ สิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังหน่ะค่ะ ว่าต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง พอดีว่าแม่เพิ่งไปทำเส้นเลือดเทียมเพื่อฟอกไตหน่ะค่ะ

IP: 58.10.96.XXX
ความคิดเห็นที่ 29 โดย: สงสัย เขียนเมื่อ 13:14 น. 8 เม.ย. 2008

แม่เราฟอกไตมา3ปีแล้วตอนแรกเริ่มจากเป็นเบาหวานก่อน ใครมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้านดูแลท่านและให้ท่านรักษาสุขภาพให้ดีนะคะเป็นแล้วไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย ขอบคุณหมอแมวที่ให้ความรู้ค่ะ

IP: 61.19.227.XXX
ความคิดเห็นที่ 28 โดย: ไข่ เขียนเมื่อ 13:10 น. 8 เม.ย. 2008

หมอแมวคะ ลงเรื่องไฮเปอร์ไทรอยด์รึยังคะ อยากทราบน่ะค่ะ เพราะว่าตอนนี้เป็นอยู่ รบกวนด้วยนะคะ

IP: 58.136.79.XXX
ความคิดเห็นที่ 27 โดย: AtHotJobS.com เขียนเมื่อ 12:36 น. 8 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 26 โดย: HooG เขียนเมื่อ 11:54 น. 8 เม.ย. 2008

มีเรื่องเกี่ยวกับตากุ้งยิง(เปลือกตาอักเสบ)บ้างมั๊ยครับคุณหมอ
ผมเป็นบ่อยมากๆ ถ้าอยากหายเร็วก็ต้องเจาะผมเจาะมาสองสามครั้งแล้วครับเจ็บมาก แถมเจาะเสร็จยังต้องปิดตาวันนึงอีก ถ้าหายช้าก็ต้องกินยาแก้อัดเสบ ผมเคยถามหมอที่ไปหาว่าทำไมผมถึงเป็นบ่อยๆแล้วมีวิธีทำให้หายไม่ต้องเป็นบ่อยๆได้มั๊ย หมอตอบผมว่าผมมีเชื้ออยู่รอบตาดูแลความสะอาดดีดีจะไม่เป็นบ่อยๆ ผมงงๆเพราะว่าผมเองก็ไม่ได้เอามือไปขยี้ตาหรือเอาผ้าหรือกระดาษสกปรกมาเช็คตาเลย บางคนยิ่งกว่าผมเค้ายังไม่เป็นบ่อยๆเลย ตกลงแล้วเชื้อรอบๆตาของผมนี่มันมีวีธีแก้มั๊ยครับคุณหมอ

IP: 58.137.88.XXX
ความคิดเห็นที่ 25 โดย: vv เขียนเมื่อ 11:15 น. 8 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 24 โดย: .............. เขียนเมื่อ 08:21 น. 8 เม.ย. 2008

ไตวาย ผวนเป็น ตายไว

IP: 125.26.32.XXX
ความคิดเห็นที่ 23 โดย: ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอนฯ เขียนเมื่อ 06:30 น. 8 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 22 โดย: vv เขียนเมื่อ 00:14 น. 8 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 21 โดย: ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอนฯ เขียนเมื่อ 23:56 น. 7 เม.ย. 2008

เพราะมัน (มีกรดไขมันอิ่มตัวโมเลกุลเล็ก) บำรุงไขข้อ เอ็น ทำให้เส้นเลือดยืดหยุ่น บำรุงตับอ่อน

- บำรุงไขข้อ เอ็น ทำให้เส้นเลือดยืดหยุ่นป้องกันโรคหัวใจ และความดัน
- บำรุงตับอ่อน ป้องกันเบาหวาน
(มีกรดไขมันอิ่มตัวโมเลกุลเล็ก) = เท่ากับ อายุยืนยาวจนได้รับฉายาว่า พุงกะทิ
ส่วนน้ำมันมะกอกมีไขมันอิ่มตัวโมเลกุลเดียว ต้องกินถั่วต่างๆ
ถึงจะมีคุณค่าเท่า กะทิและน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์ z(COCONUTผ)x()

IP: 125.27.67.XXX
ความคิดเห็นที่ 20 โดย: ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอนฯ เขียนเมื่อ 23:54 น. 7 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 19 โดย: saa เขียนเมื่อ 23:16 น. 7 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 18 โดย: ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอนฯ เขียนเมื่อ 22:50 น. 7 เม.ย. 2008

แต่อย่ากินกะทิและน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์นะ(coconut ) http://www.coconut-virgin.com/home.html และ http://www.coconut-virgin.com/faq.html

เพราะมัน (มีกรดไขมันอิ่มตัวโมเลกุลเล็ก) บำรุงไขข้อ เอ็น ทำให้เส้นเลือดยืดหยุ่น บำรุงตับอ่อน

- บำรุงไขข้อ เอ็น ทำให้เส้นเลือดยืดหยุ่นป้องกันโรคหัวใจ และความดัน
- บำรุงตับอ่อน ป้องกันเบาหวาน
(มีกรดไขมันอิ่มตัวโมเลกุลเล็ก) = เท่ากับ อายุยืนยาวจนได้รับฉายาว่า พุงกะทิ

IP: 125.27.67.XXX
ความคิดเห็นที่ 17 โดย: พยาบาล เขียนเมื่อ 22:22 น. 7 เม.ย. 2008

การดื่มน้ำมากสำหรับคนปกติไม่เป็นอะไรค่ะ
แต่สำหรัผู้ที่เป็นโรคไตแล้ว ควรลดจำนวนลงค่ะ
ขอบคุณจ้า

IP: 124.157.169.XXX
ความคิดเห็นที่ 16 โดย: ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอนฯ เขียนเมื่อ 22:10 น. 7 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 15 โดย: mthai เขียนเมื่อ 22:08 น. 7 เม.ย. 2008

ถั่วเหลืองมีน้ำมันถั่วเหลือง อยู่กี่เปอร์เซ็น ?
ปามล์มีน้ำมันปล์ามอยู่กี่เปอร์เซ็น ?
น้ำกับน้ำมันในหลอดเลือดในอุณภูมิ38องศาเซลเซียสมีแรงดันเท่าไหร่?
น้ำเต้าหู้รสจืดจะมีสภาพเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อเอากาแฟใส่ลงไป?
ทำไมเวลาเราทำเต้าหู้เราต้องใส่น้ำปูนใสไปก่อนที่จะรีดน้ำออกด้วย?
ทำไมเฉียนหลงฮ่องเต้ ต้องพยายาม หาวิธี เสวยเต้าหู้โดยไม่เป็นโรคท้องมารตาย ตามที่ประชาชนเป็นโรคท้องมารตาย?
จริงหรือไม่ที่อาหารรสขมหมดไป โรคไต ก็ตามมาแทนเพียบ?

จริงหรือไม่ที่อาหารรสฝาดหมดไป โรคเบาหวาน ก็ตามมาแทนเพียบ?

จริงหรือไม่ที่อาหารรสขม(บำรุงน้ำดีและตับแก่)หมดไป โรคไต ก็ตามมาแทนเพียบ?

จริงหรือไม่ที่อาหารรสฝาด(บำรุงตับอ่อน)หมดไป โรคเบาหวาน ก็ตามมาแทนเพียบ?
แแดดกกน้ำมันปาล์ม(ว่าที่ไบโอดีเซล) น้ำมันถั่วเหลือง (ว่าที่ไบโอดีเซลและน้ำมันไฮโดริกOMc3) และน้ำมันสัตว์บกและปลาทะเล เกินขนาด เชื่อโฆษณานั่นแหละดี (ว่าที่น้ำมันเบรค ครัส และน้ำมันไฮโดริกOMc3)
แแดดกกน้ำมันปาล์ม(ว่าที่ไบโอดีเซล) น้ำมันถั่วเหลือง (ว่าที่ไบโอดีเซลและน้ำมันไฮโดริกOMc3

IP: 125.27.67.XXX
ความคิดเห็นที่ 14 โดย: nong nu เขียนเมื่อ 20:19 น. 7 เม.ย. 2008

ขอบคุณมากค่ะสําหรับความรู้ที่ได้รับ

IP: 124.121.142.XXX
ความคิดเห็นที่ 13 โดย: บอย เขียนเมื่อ 19:43 น. 7 เม.ย. 2008

ขอถามครับใครรู้บอกด้วยครับ.........ถ้ากินยาที่ทำ
ให้ผมขึ้น เป็นระยะเวลานานๆจะ เป็นโรคไต ไม๊ครับ

IP: 125.27.87.XXX
ความคิดเห็นที่ 12 โดย: เอ เขียนเมื่อ 19:40 น. 7 เม.ย. 2008

งั้นขอบคุณครับบบบบบบบบบบบบบ

IP: 125.27.87.XXX
ความคิดเห็นที่ 11 โดย: paichayon เขียนเมื่อ 19:24 น. 7 เม.ย. 2008 ความคิดเห็นนี้ถูกปิด
ความคิดเห็นที่ 10 โดย: d เขียนเมื่อ 15:25 น. 7 เม.ย. 2008

อ่านดีๆครับ หมอเขาเขียนว่า คนที่เป็นโรคไตวายอยู่แล้ว ถ้าดื่มน้ำมากไปน้ำจะเกินครับ เพราะไตไม่สามารถขับน้ำออกได้หมด แต่ในคนปกติ ก็ดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน หรืออาจเพิ่มขึ้นตาม สภาพอากาศ หรือการทำกิจกรรมในวันนั้นๆ เช่นถ้าต้องทำงานในที่แสงแดดจ้า หรือร้อนและเสียเหงื่อมากจากการเล่นกีฬา ก็อาจจะต้องดื่มมากขึ้น ที่สำคัญ ต้องเป็นน้ำสะอาด

IP: 192.168.50.85, 203.156.169.XXX
ความคิดเห็นที่ 9 โดย: นิกกี้ เขียนเมื่อ 15:24 น. 7 เม.ย. 2008

อ่านให้ดีๆใหม่ซิครับ การกินน้ำเยอะๆไม่ได้ทำให้เสี่ยงไตวายแ