รู้ทันจอมหลอกลวง
เวลาอยากจะตกลงปลงใจเป็นแฟนกับใครสักคน
ส่งหนึ่งที่ทุกคนต้องฉุกคิดคือ คนคนนี้จะจริงใจหรือเปล่านะ เพราะว่าจะมีคนบางจำพวก
ที่เห็นเพศตรงข้ามเป็นอาหารหวานในการหลอกใช้ความรัก อาจจะเพื่อความสนุกสนานชั่วครู่
หรือแม้แต่การต้องการจะเอาชนะอะไรในจิตใจสักอย่าง หลายคนเลยเกิดอาการไม่มั่นใจว่า
จะเป็นแฟนกับเค้าคนนี้ดีมั้ย ลำพังแค่ลมปากของเค้าหรือเธอ ที่บอกว่า
จริงใจและรักเพียงคนเดียว ก็อาจจะเชื่อได้ยากสักหน่อย เพราะคนเรามีปากจะพูดอะไรก็ได้
วิธีง่ายๆที่จะดูให้ออกคือ
ความสัมพันธ์ระหว่างว่าที่แฟนของคุณกับแฟนเก่าเค้าตอนนี้เป็นอย่างไร
ไม่มีทางที่คนที่หลอกลวงคนอื่นมาตลอดจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแฟนเก่าได้
ถ้าว่าที่แฟนคุณบ่ายเบี่ยงตลอดเวลาที่จะเล่าเรื่องแฟนเก่าให้ฟัง
โดยสาเหตุหลักคือ ไม่ต้องการให้คุณรู้ว่าแฟนเก่าเค้าเป็นใคร อยู่ที่ไหน
ปิดบังเรื่องเก่าๆไว้โดยไม่จำเป็น นั่นก็เป็นสัญญาณเตือนว่า เค้ากับแฟนเก่าเค้าคงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนัก
อาจจะเคยไปหลอกเอาไว้ เลยไม่อยากให้คุณไปสืบรู้ความจริงนั้น แต่ถ้าว่าที่แฟนคุณยังตบหัว
หยอกล้อกับแฟนเก่าเค้าอย่างสนุกสนานได้ นั่นแสดงออกให้เห็นเลยว่า
ความสัมพันธ์ที่สิ้นสุดลงไปคราวที่แล้วนั้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความหลอกลวงเป็นแน่
ไม่มีใครหรอกที่จะยิ้มหัวเราะเริงร่ากับคนที่เคยหลอกเค้ามาได้
แต่วิธีนี้ก็ต้องระวังในการใช้บ้าง
เพราะบางคนเค้าไม่ชอบให้มาวุ่นวาย กับเรื่องส่วนตัวของเค้ามากนัก
หรือบางทีมันอาจจะให้ผลตรงข้ามเลยก็ได้ เพราะเค้าเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายถูกหลอกมา
ก็เลยไม่อยากพูดถึงก็เป็นได้ วิธีที่น่าจะได้ผลโดยไม่มีผลข้างเคียงตามมา
วิธีนั้นอยู่ที่สายตาของว่าที่แฟนคุณนั่นแหละ เวลาคุยกับเค้าเรื่องความสัมพันธ์ลองดูว่าแววตาเค้าเป็นอย่างไร
เค้าหลบตาคุณมั้ย เวลาพูดว่าจะไม่หลอกลวงคุณ แววตาที่แน่วแน่มั่นคงจะเป็นหลักประกันว่าเค้าพูดความจริง
และจริงใจกับคำพูดนั้น ถ้าหลบตา หรือสายตาวอกแวก นั่นแสดงว่าไม่ค่อยจริงใจเสียแล้ว
และถ้าบางคนเก่งกาจในการใช้สายตามากๆ ลองสังเกตให้ดีที่ตาของเค้า
ถ้าคุณถามคำถามแล้วเค้าเหลือบตาขึ้นฝั่งซ้ายมือของเค้า(ถ้าเค้าถนัดขวา
หรือในทางตรงข้ามถ้าเค้าถนัดซ้าย) นั่นแสดงว่า เค้าเริ่มใช้ความคิดเพื่อที่จะหาเหตุผลให้คุณเชื่อที่เค้าพูด
เพราะคนพูดความจริงจะไม่จำเป็นต้องคิดหาคำตอบที่มันซับซ้อนนัก คนเรามักจะร้อนตัวไปก่อนเสมอ
เวลาโกหกใคร ต้องคิดอะไรที่มันซับซ้อนเกินจำเป็น เพราะกลัวว่าอีกฝั่งจะจับได้
ถึงแม้ว่าจะมีคนที่สามารถฝึกน้ำเสียง
ท่าทางในการโกหกได้เก่งกาจแค่ไหน
แต่สายตาจะฝึกได้ค่อนข้างลำบาก
ยิ่งกับเราๆคนธรรมดาที่ไม่ใช่สายลับ หรือมหาโจรที่ต้องฝึกเรื่องพวกนี้เป็นอาชีพแล้วล่ะก็
แค่สายตาที่มองมาทางคุณเวลาพูดคุยกับคุณ ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะจับตัวจอมหลอกลวงนี้
แต่ส่วนมากแล้วเราจะไม่ค่อยสังเกตกัน มัวแต่ไปใส่ใจคำหวานๆของเค้า
และความรักของคุณมันบังความจริงอยู่นั่นเอง
(September
27,2001)