วันที่ 2 เมษายน 2544

ขออนุญาตเอาบัตรที่โชว์ออก เพราะมีบางท่านละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัว.. ซึ่งดิฉันเกลียดมากคนที่ไม่รู้จักคำว่ากาลเทศะและอะไรคือเรื่องส่วนตัว การกระทำครั้งนี้ของท่าน ดิฉันขอเรียนว่าโกรธมากและอาจส่งผลบางอย่างกับเวบไดอารี่แห่งนี้ ใครก็ตามที่ทันได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ดิฉันได้แต่หวังว่าผู้อ่านที่ติดตามผลงานมานาน คงรู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับสิ่งได้รับทราบไปนะคะ

เคยเห็นกันรึยังบัตรใบนี้ มิงค์ได้มาตั้งแต่เมื่อวันเสาร์แล้ว.. ขอโทษทีที่บ้านอยู่ในจังหวัดนำร่องนะคะ.. เลยได้รักษา 30 บาทก่อนประชาชนที่อื่นเค้า แต่ยังไม่ได้ใช้หรอก.. ก็ยังไม่เป็นไรนี่นา.. ถ้าจะมีปัญหาก็น่าจะมาจากปัญหาจิตใจแน่ๆ.. ถ้าได้รักษากับจิตแพทย์แล้วครั้งละ 30 บาทนี่ก็ใช้ได้เลย.. อิอิ ท่าจะคุ้ม

แต่สถานรักษาพยาบาลที่ระบุอยู่ในบัตรนี่มัน คือ ส.อ.บ้านคลองทองหลาง.. เอ่อ.. อยู่ที่นี่มา 20 ปีแล้วยังไม่เห็นรู้เลยว่าส.อ.นี้อยู่ตรงไหนกันแน่ ทุกๆคนในบ้านก็ส่ายหัว.. แล้วจะได้ใช้มั้ยนี่เจ้าบัตรใบนี้.. ส่วนอีกที่ที่ให้ไปรักษาได้คือ โรงพยาบาลกระทุ่มแบน.. เป็นโรงพยาบาลที่ทั้งบ้านยอมรับว่า ต่อให้ใกล้ตายขนาดไหนก็จะไม่เฉียดไปเข้าเด็ดขาด เพราะน้องๆเรายังได้ไปฝึกงานที่โรงพยาบาลนี้มาก่อน เข้าไปอยู่วอร์ดต่างๆมาเป็นเวลาสิบวัน มีวีรกรรมมากมายมาเล่าให้ฟัง

เอาแค่เบาะๆว่าตอนอยู่ในห้องผ่าตัดกับคุณหมอที่สลับกันมาผ่าเคสนู้นเคสนี้เนี่ย.. คุณหมอบางท่านก็มัวแต่เม้าท์กับน้องเราจนแผลที่ผ่าค้างเอาไว้เลือดแห้งหมดแล้ว จนพยาบาลต้องเตือนว่าให้เย็บแผลสักที.. หรือบางทีก็บอกพยาบาลว่าคุณเย็บเป็นมั้ย คุณเย็บเป็นคุณก็เย็บสิ หรือมีอีกกรณีนึงที่ผ่าๆอยู่แล้วมันได้เวลาเปลี่ยนถุงมือ.. พยาบาลก็บอก คุณหมอ เปลี่ยนถุงมือค่ะ.. แล้วคุณหมอก็เปลี่ยนถุงมือบนปากแผลนั่นแหละ.. แป้งเปิ้งที่อยู่กับถุงมือก็กระจายลงมดลูกคนไข้เรียบร้อย พยาบาลก็ร้องโวยวายดุหมอยกใหญ่ คุณน้องเราก็ได้แต่อึ้ง ... ถ้าฉันไปผ่าจะมีลืมกรรไกรไว้ก็คงไม่แปลกหรอก

จริงๆโรงพยาบาลอื่นก็อาจจะเป็นอย่างงี้เหมือนกัน เพียงแต่เราไม่รู้เท่านั้นเอง. เรื่องในห้องผ่าตัดจะมีใครไปรู้ ตัวคนไข้เองก็นอนสลบอยู่ก็ไม่รู้อีก มีแต่หมอกับพยาบาลเท่านั้นแหละที่รู้ เอาเถอะ.. อย่างน้อยเราก็หลีกเลี่ยงโรงพยาบาลที่รู้แล้วกัน.. แล้วงี้บัตรทองนี่ดิฉันจะได้ใช้มั้ยนี่...

วันนี้มิงค์ได้มีโอกาสเข้าเรียนกับ ดร. พิสิฐ ลี้อาธรรม รัฐมนตรีช่วงการคลัง รัฐบาลชุดที่แล้วน่ะค่ะ.. คือ เรื่องที่สอนเนี่ยมันก็ธรรมดาๆแหละ ก็ได้รู้มุมมองของคนที่อยู่ตรงจุดที่ต้องแก้ไขปัญหาจริงๆ.. แต่ระหว่างที่เรียนๆอยู่เนี่ย รุ่นน้องผู้ชายคนนึงหันมากระซิบถามว่า
"พี่ว่าเค้าหล่อมั้ย"
มิงค์สวนไปเลยว่า
"มากด้วย.."

คือ.. แบบว่าดิฉันนั่งมองมาตั้งแต่ต้นชั่วโมงแล้วล่ะค่ะ.. ว่าหนุ่มๆนี่คงทำเอาสาวๆละลายมาทั้งแถบแล้ว ขนาดแก่แล้วยังเห็นว่าหล่อมากได้อยู่เลย.. แต่จริงๆมิงค์ว่าคนหน้าตาดีนี่ก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไปนะคะ.. เพราะว่าคนแบบนี้จะโดนคนอื่นตัดสินที่รูปร่างภายนอกก่อนสิ่งที่อยู่ภายใน อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าเสน่ห์มันทำให้ไขว้เขวได้ เพราะคนที่เค้าเข้ามาในชีวิตเนี่ย ส่วนมากไม่ได้มาเพราะสิ่งที่เป็นตัวเราดึงดูดมา แต่มาจากรูปร่างหน้าตา เพราะงั้นการที่จะได้เจอคนที่ใช่นี่ยากกว่าคนหน้าตาธรรมดาๆซะอีก

ขอโทษเถอะ.. วันนี้ที่ต้องเรียนเนี่ย ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก นี่เค้ายังเหลืออีกวันนึงที่ต้องมาสอนพวกเรา เอ่อ.. คือ.. มีลูกชายที่ยังโสดมั้ยคะท่าน แบบว่าเอามาด้วยจะดีมากเลยค่ะ.. อิอิ

==================

Love that does not renew itself everyday
becomes a habit and in turn a slavery
(Kahlil Gibran)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
Copyright (c)1999-2000 Mthai, Inc. All rights reserved.
All comments are welcome at mink@mthai.com ICQ 14184835
Bandwidth supported by Internet Thailand, Web Designed by M Studio