นึกว่าจะไม่มีไดอารี่ให้อ่านกันอีกแล้ว
เมื่อตอนหัวค่ำหม้อแปลงไฟฟ้าตรงข้ามบ้านเกิดระเบิดขึ้นมาสองครั้งซ้อน
มิงค์กับน้องๆเลยต้องนั่งมองหน้ากันเงียบๆในความมืด (มันก็มองกันไม่ค่อยเห็นหรอกนะที่จริง
แต่มีแสงเทียนช่วยนิดหน่อย)
แล้วก็เลยได้รู้ว่าเวลาไม่มีไฟฟ้านี่ชีวิตแต่ละคนช่างไร้ค่าจริงๆเลย
เพราะไม่มีกิจกรรมอะไรที่จะทำได้นอกจากกิน.. ซึ่งก็เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่งในช่วงใกล้งานบายเนียร์เช่นนี้
สาวๆปีสี่ที่คณะหลายๆคนจะมีอาการเดียวกัน คือ.. ไม่กิน กินไม่ได้
เดี๋ยวอ้วน อาทิตย์หน้าจะไปบายเนียร์แล้ว ต้องสวยๆๆ....
ต้องไม่อ้วน ท่องกันแต่คำนี้ เพราะเกือบทุกคนมีชุดเป็นของตัวเองแล้ว
แล้วมันก็พอดีตัวมาแล้ว ให้อ้วนไปกว่านี้ไม่ได้เด็ดขาด อย่าว่าแต่คนอื่นเลย
มิงค์ที่ไม่ค่อยกังวลเรื่องหุ่น เรื่องน้ำหนักตัว ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมานี่ก็เครียดเรื่องนี้เหมือนกัน
คือ
กังวลว่าทำยังไงให้ชุดที่มีมันพอดีตัวในวันงานน่ะสิ.. ไม่ให้มันดูปริ
หรือว่าดูหลวมเกิน (คาดว่าเคสหลังนี่คงยากสักหน่อย ส่วนมากเคสที่เกิดจะเป็นเคสแรกมากกว่า)
แล้วเรื่องที่คุยกันพักนี้เวลาเจอหน้ากันก็ไม่พ้นเรื่องนี้
มีชุดรึยัง.. ชุดเป็นยังไง มีนู่นมีนี่รึยัง... ดูๆไปแล้วออกจะเวอร์น่าดูเหมือนกันนะคณะนี้
แต่ก็เป็นเรื่องปกติเวลาใกล้งานบายเนียร์อยู่แล้ว.. คือวันธรรมดานี่ชั้นจะเป็นไงไม่รู้ล่ะ..
แต่วันงาน ขอโทษ.. ไม่เกิดไม่ได้ค่ะ..
เพราะงั้นใกล้ๆงานแบบนี้ต้องเตรียมตัวให้พร้อมหน่อยล่ะ...
ไม่รู้ว่าที่อื่นเวลามีงานบายเนียร์ สาวๆเค้ามีอาการแบบนี้กันมั่งหรือเปล่านะ..
รู้แต่ว่าหนุ่มๆที่นี่สบายสักหน่อยที่สามมารถเอาสูทชุดเดิมมาใช้ได้ตลอดสี่ปีแล้วยังเอาไปใช้ตอนทำงานได้อีก
แต่ทำไม้ ทำไมสาวๆต้องหาชุดใหม่ทุกปีด้วยล่ะเนี่ย ไม่ยุติธรรมเลย
(แต่ให้ใส่ชุดเดิมก็ไม่ยอมหรอกนะ.. อิอิ)