ปกติเวลาทำ
M Romance จะมี section นึงที่เอา forward mails มาลงให้อ่านๆกัน
มิงค์ถือว่า forward mails นี้ออกจะเป็นของสาธารณะนิดนึง..
คือ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เขียนเอง แต่คงไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์หรืออะไรที่ตามมา
เพราะเจ้าของเองก็น่าจะเต็มใจที่จะแจกจ่ายออกไปให้ชาวบ้าน
เพราะไม่งั้นก็คงไม่เป็น forward หรอก
แต่ทีนี้บางอันก็ไม่ได้เอามาโดยที่เจ้าของเค้าเต็มใจ
มิงค์ก็รอบคอบไว้ก่อนโดยบอกไว้เลยว่า section นี้เป็นเรื่องที่เราเก็บมาจากคนอื่นอีกทีนึง..
ไม่ได้มีเจตนาที่จะขโมยผลงานใครทั้งสิ้นมาหากิน ถ้าหากว่าเจ้าของท่านใดผ่านมาเจอแล้วก็ไม่อยากให้มันอยู่ที่
M Romance ก็แจ้งให้ทราบแล้วกันค่ะ มิงค์จะเอาออกให้...
และแล้ว..
ไม่รู้เค้าเรียกกรรมสนองหรือจุดไต้ตำตอก็ไม่รู้นะคะ.. คือ
ได้รับ forward mail อันนึง.. คาดว่าส่งมาจากแฟนไดอารี่กระมัง..
เราก็เปิดอ่านตามปกติ แล้วปรากฎว่ากลายเป็นผลงานของตัวเองที่เขียนลง
M Romance ไม่รู้ไปวนที่ไหนมาก่อนที่เจ้าตัวจะได้เห็น..
นี่กำลังสงสัยว่าเรื่องอื่นๆที่เขียนไว้จะมี forward ไปถึงไหนแล้วนะ
แต่.. แต่.. ไม่ได้หมายความว่าจะต่อว่าและไม่อยากให้เอาไปทำเป็น
forward mail ออกจะเต็มใจด้วยซ้ำไปเพราะดูเหมือนจะเป็นคำชมแบบนึง..
คือถ้าไม่ถูกใจจริงๆ คงไม่มีใครอุตส่าห์ก็อปปี้จากเวบใส่ลงเมล
แล้วส่งไปให้เพื่อนๆหรอก
แล้วก็อีก
section ที่เพิ่งเปิดใหม่.. คือบอร์ดนั่นเอง หลังๆมิงค์ไม่ค่อยได้ตอบเท่าช่วงแรกๆแล้ว
ไม่ใช่ว่าขี้เกียจหรอกนะคะ.. แต่บางทีคำถามมันเดิมๆ บางทีเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรถามเลยก็ไม่รู้ว่าจะเอามาถามทำไม
เห็นแล้วมิงค์ก็ไม่อยากตอบ.. อย่างที่ชอบถามว่า ถ้าแอบชอบคนนี้อยู่ทำอย่างไรดี
หรือ เค้าทำแบบนี้หมายความว่ายังไง หรือ.. ไม่เข้าใจเลยว่าเค้าคิดอะไรอยู่
หรือ.. ผม/หนูอาการแบบนี้หมายความว่าอย่างไร.. หรือ เมื่อไหร่ควรจะเรียกว่าแฟน
เมื่อไหร่ควรจะจับมือ เมื่อไหร่ควรจะจูบ หรือแม้แต่เมื่อไหร่ควรจะมีความสัมพันธ์ทางเพศ....
ขอโทษเถอะ คำถามพวกนี้ถ้าตอบตัวเองไม่ได้ จะให้ใครมาช่วยตอบให้ได้
อยากรู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร ก็มีปากก็ถามซะสิ เคยมีคนบอกว่า
ไม่มีใครในโลกนี้ได้อะไรที่ต้องการโดยไม่เอ่ยปากออกมา..
ดังนั้น ถ้าอยากวุ่นวายใจน้อยกว่านี้ก็รู้จักใช้ปากและคำพูดให้เป็นประโยชน์นะคะ
แล้วอย่างเรื่องจับมือถือแขน
หรืออะไรที่มากกว่านั้นนี่.. อยากรู้จริงๆเชียวว่าทำไมต้องมีความคิดที่ว่า
พอได้เป็นแฟนแล้วต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันด้วย เพราะรักกันงั้นเหรอ
หรือเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่ารัก จึงต้องแสดงออกโดยวิธีการแบบนี้
พอเป็นแฟนแล้วต้องพยายามขนาดนั้นที่จะได้สิ่งนี้เลยหรือ
ส่วนมากคนถามคำถามพวกนี้พอจะดูออกว่าค่อนข้างจะเด็ก แล้วก็พยายามเลียนแบบคู่รักที่ตนได้เห็น
แหม.. เป็นคนรักกันก็ต้องจับมือกัน... เอ๊ะ แล้วเราก็มีแฟนแล้วเหมือนกัน
แล้วเมื่อไหร่ควรจะจับมือล่ะ.. ก็มาโพสบอร์ดถามกัน สองเดือน
สี่เดือนจับมือได้หรือยัง
มันไม่ใช่เรื่องของระยะเวลาและเพราะว่าเป็นแฟนกันเลยต้องทำหรอกนะ.่จริงๆเรื่องแบบนี้มักจะมีเหตุผลเบื้องหลังสนับสนุน
อย่างเช่นเรื่องของการมีความสัมพันธ์กันก่อนแต่งงาน จริงๆแล้วมันก็คือการทดลองอยู่ก่อนแต่งว่าจะไปด้วยกันได้ไหม
แต่เด็กไทยสมัยนี้กลับคิดว่า เป็นแฟนแล้วต้องมีความสัมพันธ์กัน
คือคิดเรื่อง sex มาก่อนเป็นอันดับหนึ่ง.. คิดเรื่องความสัมพันธ์ภายนอกอย่างจับมือ
อย่างจูบ มาก่อนเหตุผลเบื้องหลัง.. ทั้งๆที่ความจริงแล้วคู่รักเค้าต้องการจะรู้ว่าถ้าเราต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป
เราจะทำได้ไหม ก็จูนเข้าหากัน ก็สนิทสนมกันมากขึ้น แล้วเรื่องการจับมือถือแขน
หรือเรื่องsex ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง เป็นผลที่ตามมาจากความตั้งใจนั้น
ความตั้งใจที่จะทำให้รู้ว่าเราจะไปด้วยกันได้ไหม... ไม่ใช่ว่าพอมีแฟนแล้วจ้องจะล่วงเกินเค้าอย่างเดียวเพียงเพราะคิดว่าเป็นแฟนกันต้องทำแบบนี้
แล้วอย่ามาอ้างว่าเพราะรักนะ.. นั่มมันไม่เรียกว่ารักเค้า
.. นั่นมันเรียกว่ารักตัวเองและเห็นแก่ตัว.. เห็นแก่ตัวที่ต้องการให้อีกฝ่ายยอม
หรือทำอย่างที่เราต้องการ
ใหม่ๆเจอคำถามพวกนี้เข้าไป
เจอมิงค์ด่ากระจายเหมือนกัน มิงค์ไม่ไว้หน้าอยู่แล้ว เรื่องภาพพจน์ก็ใช่ว่าต้องรักษา
ถึงจะมีชื่อว่าเป็น moderator ของบอร์ดก็ไม่ใช่ว่าเราจะเห็นผิดเป็นชอบได้
การเข้ามาโพสที่บอร์ดก็ใช่ว่าจะได้คำตอบที่น่าพอใจกลับไปได้ทุกครั้ง..
ถ้าหากไม่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็น หรือแม้แต่ไม่รู้ว่าเรื่องใดควรถามเรื่องใดไม่ควรถาม
ก็แสดงว่ายังไม่เข้าใจว่าสังคมจริงๆเป็นอย่างไร
และก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาโอดครวญว่าโดนคนป่วนในกระทู้ด้วย
เพราะถึงจะไม่โดนคนอื่นว่าว่าถามเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว
มิงค์เองนี่แหละที่จะเป็นคนจัดการเอง ถ้าไม่เขียนอะไรตอบลงไป
ดิฉันจะลบทิ้งไปเลย.. บอร์ดนี้ไม่กลัวตัวป่วน.. ถ้าไม่มีตัวป่วน
ดิฉันจะป่วนเองนี่แหละ