| |
..........วันที่
26 ธันวาคม 2547 ได้เกิดเหตุการณ์อันเป็นฝันร้ายของคนทั้งโลก
โดยเฉพาะประเทศหรือหมู่เกาะที่อยู่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่งประสบชะตากรรมคลื่นยักษ์สึนามิถล่มทั้งหมด
12 แห่ง รวมทั้งประเทศไทย โดยมียอดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่ตีเป็นมูลค่ามิได้
หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ นานาประเทศทั่วโลกได้ให้ความช่วยเหลือทั้งเงินและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
มายังประเทศที่ประสบชะตากรรมนี้ โดยสรุปได้ดังนี้
ออสเตรเลีย ส่งเครื่องบินขนส่ง
4 ลำ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคและเครื่องเวชภัณฑ์ไปยังเกาะสุมาตรา
ออสเตรเลียมอบเงินช่วยเหลือ 1 ล้านยูโรให้แก่ประเทศที่ประสบภัย
เบลเยี่ยม เครืองบินกองทัพเบลเยี่ยมลงจอดที่ดูไบ
เพื่อขนข้าวของเครื่องใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
อังกฤษ มอบถุงพลาสติกขนาดใหญ่และเตนท์รวมมูลค่า
250000 ปอนด์ ไปยังศรีลังกา และมอบเงินอีก 370000
ปอนด์ ให้แก่สหภาพยุโรปและเงินอีก 100000 ดอลล่าร์สหรัฐให้แก่องค์การอนามัยโลก
แคนาดา มอบเงิน 1 ล้านเหรียญแคนาดา
จีนเสนอช่วยเงิน 21.6 ล้านหยวน เพื่อช่วยประเทศที่ประสบภัย
สาธารณรัฐเช็ก ส่งเครื่องบิน
1 ลำ พร้อมน้ำดื่ม และเตรียมส่งความช่วยเหลืออีกมูลค่า
444000 ดอลลาร์สหรัฐ
เดนมาร์ก ส่งเครื่องบินขนเครื่องอุปโภคบริโภค
ไปช่วยผู้ประสบภัย 150000 คน เป็นเวลา 3 เดือน
สหภาพยุโรป พร้อมที่จะมอบเงินช่วยเหลือไม่เกิน
30 ล้ายยูโร หลังจากมอบเงินให้สภากาชาดสากลและ
IFRC ไปแล้ว 6 ล้านยูโร
ฟินแลนด์ เสนอเงินช่วยเหลือ
500000 ยูโร ขณะที่องค์การท้องถิ่น มอบเงินช่วยเหลืออีก
75000 ยูโร ส่วนกาชาดฟินแลนด์ได้ส่งทีมแพทย์ 15
คน เข้าไปช่วยในศรีลังกา
ฝรั่งเศส มอบเงินช่วยเหลือ 100000 ยูโร
และส่งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย 16 คน มายังไทยและเครื่องอุปโภคบริโภคอีก
10 ตันไปยังศรีลังกา
เยอรมนี ให้ความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น
2 ล้านยูโร
กรีซ เสนอให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์แก่ศรีลังกาพร้อมแพทย์และเจ้าหน้าที่
17 คน
อิสราเอล ส่งทีมแพทย์ไปช่วยเหลือศรีลังกาและไทย
พร้อมส่งทีมทหารและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไปยังศรีลังกา
อิตาลี ส่งเครื่องบิน
2 ลำไปยังศรีลังกาและไทย
ญี่ปุ่น ให้เงินช่วยเหลือ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พร้อมเรืออีก 3 ลำมายังประเทศไทยเพื่อช่วยค้นหาผู้รอดชีวิต
คูเวต มอบเครื่องอุปโภคบริโภคมูลค่า
2 ล้านดอลลาร์ และส่งเงินช่วยเหลือ 100000 ดอลลาร์สหรัฐ
เนเธอแลนด์ มอบเงินให้แก่กาชาด 2 ล้านยูโร
โปแลนด์ รัฐบาลเตรียมมอบเงินให้แก่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยจำนวน
336100 ดอลลาร์สหรัฐ
ซาอุดิอารเบีย เสนอเป็นสิ่งของช่วยเหลือ
10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาหาร เตนท์ เวชภัณฑ์อีก
5 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อส่งผ่านทางเสี้ยววงเดือนแดงซาอุ
และอีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับกลุ่มช่วยเหลือสากล
สิงคโปร์ มอลเงินช่วยเหลือราว 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พร้อมส่งทีมแพทย์ทหารและเครื่องอุปโภคบริโภคไปยังอินโดนีเซีย
สเปน ส่งเครื่องบินไปช่วยเหลือ พร้อมเครื่องเวชภัณฑ์และอาสาสมัครอีก
19 คนไปยังศรีลังกา และมอบเงินช่วยเหลืออีก 1
ล้านยูโร
สวีเดน ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร
2 คน ไปช่วยหน่วยบรรเทาสาธารณภัยที่ศรีลังกา พร้อมเตนท์และอุปกรณ์สื่อสารไปยังมัลดีพส์
ขณะที่กาชาดสวีเดนช่วยเหลือเงินอีก 750000 ดอลลาร์สหรัฐ
สหรัฐอาหรับเอมีเรตส์
ส่งเงินช่วยเหลือ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริจาคอาหาร
ผ้าห่มและเสื้อผ้าให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำหนักรวม
30 ตัน
อเมริกา เสนอเงินช่วยเหลือ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และเรืออีก 12 ลำมุ่งหน้าสู่เอเชีย
คณะกรรมาธิการกาชาดสากล
ส่งเครื่องบินขนส่ง 1 ลำ สู่ศรีลังกา พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค
105 ตัน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ
เสนอความช่วยเหลือแต่ยังไม่ระบุจำนวน
UNSCR ส่งความช่วยเหลือที่ไม่ใช่อาหารมูลค่า
380000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งถุงพลาสติก 23500
ถุง และชุดเครื่องครัวอีก 20000 ชุด
ยูนิเซฟ ส่งเสื่อผ้าและผ้าห่มช่วยเหลือผู้ประสบภัยในศรีลังกาพร้อมแทงค์น้ำ
1600 แทงค์ ผ้าห่ม 30000 ผืน พร้อมเครื่องเวชภัณฑ์และเครื่องกรองน้ำให้แก่อินเดีย
โดยส่งเครื่องอุปโภคบริโภคไปยังอินโดนีเซียและมัลดีฟส์
|
|
บทเรียนจากสึนามิ
..........คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้น
ณ ช่วงเวลา 07.58 น. ของวันที่ 26 ธันวาคม 2547 หลังเกิดแผ่นดินไหวในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก
โดยมีศูนย์กลางที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย แล้วถาโถมสร้างความเสียหายให้ประเทศในเอเชีย
เราคงต้องยอมรับว่า ประเทศไทยขาดการเตือนภัยล่วงหน้า
อย่างสิ้นเชิง
..........เรื่องนี้คงโทษใครลำบาก
โดยเฉพาะเมืองไทยที่เราเชื่อกันมาตลอดว่า เราเป็นดินแดนที่ปลอดภัยจากเหตุแผ่นดินไหว
อันที่จริงลอยเลื่อนของเปลือกโลกในไทย นักธรณีวิทยาบพมานานแล้ว
รอยเลื่อนดังกล่าวมีในภาคเหนือ ภาคตะวันตกและภาคใต้บางส่วน
ลอยเลื่อนเหล่านี้จะสัมพันธ์กับแนวแผ่นดินไหวที่ใกล้ๆ
ประเทศเรา ได้แก่ แนวมหาสมุทรอินเดีย สุมาตราและประเทศพม่า
จีนตอนใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมถึงบริเวณที่มนุษย์มีกิจกรรมกระตุ้นการเกิดแผ่นดินไหว
เช่น เหมือง เขื่อน บ่อน้ำมัน ดังนั้นการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยจึงเป็นไปได้
..........คลื่นยักษ์นี้ได้ทำลายชีวิตนับพัน
สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่เป็นแหล่งทำมาหากิน และทรัพยากรทางทะเลบริเวณฝั่งอันดามันเสียหายค่อนข้างยับเยิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวปะการังที่เกาะสุรินทร์ เกาะสิมิลัน
เกาะพีพี เป็นต้น เพราะเกิดจากแรงอัดของคลื่น และการทับถมของดินที่เกิดจากแรงคลื่น
ต้องใช้เวลาฟื้นฟูไม่ต่ำกว่า 10 ปี แน่นอนว่าเราคงไม่อาจห้ามให้เกิดเหตุการณืเช่นนั้นได้
แต่เราก็จำเป็นที่จะต้องพัฒนากลไกเพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากทั่วโลก
โดยเฉพาะประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในการรับมือกับแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์
..........นายสมิทธ
ธรรมสาโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้เสนอว่าควรออกระเบียนสำหรับป้องกันภัยจากแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่พัดเข้าฝั่งทะเลจนสร้างความเสียหาย
โดยให้บ้าน อาคาร โรงแรม รีสอร์ต บังกะโลที่อยู่ติดริมทะเลมีการปักป้ายคำเตือน
หรือสัญญาณเตือนภัยไว้เพื่อบอกเหตุระวังภัย ส่วนเรือที่อยู่กลางทะเลเมื่อได้รับสัญญาณเตือนจะได้ถอยออกไปกลางทะเลได้ทัน
รวมทั้งพื้นที่ชายฝั่งที่มีความเสี่ยงสูง ควรมีการจัดเตรียมสถานที่หลบภัย
ที่มความมั่นคงแข็งแรง ออกแบบได้มาตรฐานป้องกันการซัดพังทลายของคลื่นน้ำ
และมีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลมากพอสมควร
..........ยิ่งเราได้เห็นศพแล้วศพเล่า
และเศษซากความเสียหายที่เหลือคณานับแล้ว ไม่มีทางอื่นนอกจากการร่วมมือกันหาทางป้องกันมิให้ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอย
และนี่คงเป็นบทเรียนสำคัญที่ชาวไทยและชาวโลกจะจดจำไปอีกนานแสนนาน
|
|
|
|