เมื่อเวลา 14 .00 น. วันที่ 9 ส.ค. ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เรียกประชุมหน่วยงานสนับสนุนด้านการข่าวในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้ตรวจราชการ กทม. และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ซึ่งทำงานในพื้นที่ 50 เขตปกครอง รวมทั้งหมดกว่า 300 คน
พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกกต. กล่าวว่า กกต.กทม.จัดเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ตรวจราชการกทม. เจ้าหน้าที่เทศกิจ ลงไปดูแลความเรียบร้อย สืบสวนหาข่าวรวม 2,700 คน แต่เนื่องจาก กทม.ถือเป็นท้องถิ่นที่อยากให้เป็นแม่แบบที่ดีที่สุด กกต.จึงจะส่งผู้ตรวจการของกกต. และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเข้าไปช่วยในการสืบสวนหาข่าวการทุจริต และอย่าคิดว่าจะไม่มีการซื้อเสียง จึงอยากให้ความสำคัญกับพื้นที่ในเขตชุมชนแออัด และรอยตะเข็บ
"การลงไปสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ขอให้ช่วยตรวจสอบการติดป้ายหาเสียง เพราะรู้สึกว่าหนาแน่นมาก ต้นไม้หรือเสาไฟฟ้าทั้งต้นก็ไม่มีว่างเว้น ที่พูดไม่ได้ต้องการจับผิดใคร แต่มีการพูดถึงขนาดว่าต้องมีการประมูลระดับรูเสาไฟฟ้า ถ้าระดับสายตาจะราคาแพง ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่ดูป้ายต่างๆ ที่ขึ้นเวลานี้น่าจะเกินค่าใช้จ่าย 37 ล้านบาทที่กำหนด บางคนป้ายใหญ่โตมาก อย่างที่ปากซอยราชครูปิดบังหัวมุมซอยพอดี รถเข้าออกไม่สามารถมองเห็นปากซอยได้ แบบนี้ควรแจ้งเตือนไปยังผู้สมัคร หรือแจ้งให้เขตดำเนินการ" พล.ต.อ.วาสนากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กกต.กทม.กำลังจับดูการหาเสียงของผู้สมัคร ซึ่งพบว่ามี 2 ราย ที่หาเสียงในลักษณะโจมตีใส่ร้าย อาจมีความผิดเข้าข่ายมาตรา 57 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น แต่เนื่องจากไม่มีผู้ร้องเรียน กกต.จึงไม่สามารถที่จะเข้าไปดำเนินการกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ 