ผจก.เซเว่นฯเก๊"แช็ต"ลวงข่มขืน
จับทันควัน3ทรชนโจ๋ฉุด2นร.ขยี้
สาวตจว.เข้ากรุงมาหางานทำ ตกเป็นเหยื่อจิ้งจอกทางอินเตอร์เน็ต รู้จักกันระหว่างแช็ต ฝ่ายชายอ้างเป็นผู้จัดการร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จะฝากงานร้านเซเว่นฯให้ พอนัดเจอกันก็ตายใจเพราะเห็นแต่งตัวดี กลับพาไปข่มขืนในเพิงไม้ในซอยย่านรามคำแหง แล้วเชิดโทร.มือถือหนีไปด้วย อีกรายพ่อพาลูกสาววัย 14 ร้อง"ข่าวสด"จี้คดีเฒ่าตัณหากลับวัย 62 ที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ข่มขืนลูกสาวจนถูกออกหมายจับแล้ว แต่ตร.ไม่จับตัวดำเนินคดีเสียที จนผ่านมานานถึง 3 เดือนแล้ว ส่วนคดี 3 ทรชนโจ๋ฉุด 2 น.ศ.สาวจากข้างถนนไปข่มขืนในโรงแรม ตร.อยุธยาจับได้ทันควันทั้ง 3 คน สอบเจอพิรุธ 1 ใน 2 น.ศ.สาวอาจเป็นนกต่อล่อเพื่อนมาให้รุมโทรม เพราะคนถูกข่มขืนมีคนเดียว
เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 27 ก.ค. น.ส.หนิง (นามสมติ) อายุ 20 ปี สภาพเนื้อตัวมอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิง เดินทางเข้าแจ้งความ พ.ต.ต.ประพจน์ อนุศิริ พงส.(สบ.2) สน.วังทองหลาง ว่าถูกคนร้ายที่เพิ่งรู้จักกันในอินเตอร์เน็ตลวงมาขืนใจ เหตุเกิดในซอยรามคำแหง 53 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม.
เหยื่อสาวผู้เคราะห์ร้ายให้รายละเอียดว่า เพิ่งเรียนจบการศึกษาระดับอนุปริญญาจากต่างจังหวัด แล้วเข้ากทม.มาพักอาศัยอยู่กับพี่สาวที่เขตจอมทอง อยู่ระหว่างหางานทำ ไปรู้จักกับคนร้ายเมื่อ 3 วันก่อนขณะเปิดอินเตอร์เน็ตเข้าไปแช็ต ทราบเพียงชื่อเล่นคนร้ายว่า เลย์ อายุประมาณ 30 ปี นายเลย์อ้างตัวว่าทำงานเป็นผู้จัดการร้านเซเว่น อีเลฟเว่น แต่ไม่บอกสาขา ระหว่างที่แช็ตกัน นายเลย์ก็รับปากว่าจะฝากให้เข้าทำงานในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น พร้อมกับขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ กระทั่งเมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ค. นายเลย์โทรศัพท์มาหาพูดจาน้ำเสียงเศร้าปนสะอื้นเหมือนคนกำลังร้องไห้ บอกว่ามีปัญหาเครียดจัด อยากมีเพื่อนคุยเพื่อเป็นกำลังใจ ตนกับนายเลย์จึงได้นัดเจอกันที่ห้างเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ ช่วง 3 ทุ่มเศษ
น.ส.หนิงให้การต่อว่า หลังจากเจอกันตามนัด พบว่านายเลย์แต่งกายดี ไม่มีท่าทีจะเป็นคนร้ายแต่อย่างใด นายเลย์ได้ชวนนั่งรถแท็กซี่ บอกจะไปหาเพื่อนในซอยรามคำแหง 53 กระทั่งรถแล่นมาถึงรามาลิฟวิ่งเพลส นายเลย์บอกจะลงไปหาเพื่อนซึ่งพักอยู่ที่รามาลิฟวิ่งเพลส ให้ตนนั่งรออยู่ในรถแท็กซี่ สักพักนายเลย์เดินลงมาบอกว่าเพื่อนไม่อยู่ ก่อนบอกว่าจะเดินเข้าไปหาเพื่อนอีกคนซึ่งบ้านอยู่ลึกเข้าไปอีกเล็กน้อย อยากให้เดินไปเป็นเพื่อนกัน ตนก็ยอมไปด้วยโดยดี
น.ส.หนิงให้การว่า ระหว่างที่เดินมาถึงเพิงไม้ข้างทาง นายเลย์ก็ได้แสดงสันดานโจรออกมา ก้มลงคว้าท่อนไม้ข้างเพิงพักมาขู่พร้อมกับเอามือกดค้ำคอไม่ให้ส่งเสียงร้อง ก่อนลงมือขืนใจในเพิงไม้จนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง จากนั้นนายเลย์วิ่งหลบหนีไปพร้อมเอาโทรศัพท์มือถือของตนเองไปด้วย
ด้านพ.ต.ต.ประพจน์ หลังรับแจ้งความก็ได้ส่งตัวเหยื่อสาวผู้เคราะห์ร้ายไปส่งตรวจหาร่องรอยการข่มขืนที่ ร.พ.ตำรวจ พร้อมกับประสานกับฝ่ายสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบคนร้ายรายนี้มีประวัติก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายราย เดินเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น โดยล่าสุดทราบว่าเพิ่งถูกปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อ 2 เดือนก่อน เจ้าหน้าที่จะติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป
ส่วนกรณี น.ส.น้อย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่งในจ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยเพื่อนชื่อ น.ส.หน่อย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักศึกษาในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งยังอยู่ในชุดนักศึกษาทั้งสองคน ถูกคนร้ายวัยรุ่น 3 คน ฉุดขึ้นรถปิคอัพอีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบทะเบียน ระหว่างทั้งสองนั่งรถประจำทางจากสุพรรณบุรี มาเดินเที่ยวที่ตลาดบ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พาไปข่มขืนในโรงแรมโกลเด้นอินน์ หมู่ 3 ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา โดยเหยื่อคนหนึ่งถูกพาแยกไปข่มขืนในห้องน้ำ อีกคนถูกข่มขืนในห้อง ตามที่ทั้งสองรุดแจ้งความต่อ พ.ต.ต.เอกราช อุ่นเจริญ สว.เวร สภ.อ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ต.โกศล ใจเพชรดี สว.สส.สภ.อ.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังชุดสืบสวน ร่วมกับร.ต.อ.สามารถ เพชรคุ้ม รองสวป. สภ.อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าจับกุมตัวนายปิยะ หรือเบิ้ม หรือโจ้ สว่างเรือง อายุ 22 ปี ที่บ้านเลขที่ 37/3 ม.9 ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่ จ 785/2548 ลงวันที่ 27 ก.ค. พร้อมยึดรถยนต์ปิคอัพยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กข 9674 สุพรรณบุรี จากนั้นไปจับกุมนายมารุต เกศจำปา อายุ 25 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 2/1 ม.3 ต.บ้านหลวง อ.เสนา และนายสมชาย หรือชาย กรีสวัสดิ์ อายุ 28 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 6 ม.6 ต.บางนมโค อ.เสนา รวม 3 คน โดยผู้เสียหายยืนยันลักษณะรถที่ใช้ก่อเหตุ และจำนายปิยะกับเพื่อนอีก 2 คนได้อย่างแม่นยำ
จากการสอบสวนนายสมชาย หรือชาย ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 11.00 น.นายปิยะซึ่งเป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน ได้มารับตนกับนายมารุตไปขับรถเที่ยวในตลาดบ้านแพน อ.เสนา ปรากฏว่าพบหญิงสาวสองคนเดินอยู่ข้างถนนแยกเข้าตัวอำเภอเสนา ตนจึงให้เพื่อนจอดรถแล้วทำทีเป็นจอดถามว่าทั้งสองจะไปไหน จากนั้นจึงช่วยกันลงไปฉุดขึ้นรถมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองอยุธยา โดยพาไปเปิดห้องที่โรงแรมโกลเด้นอินน์ โดยนายปิยะและนายมารุตเข้าไปผลัดกันข่มขืนน.ส.น้อยในห้องน้ำ ส่วนตนเฝ้าน.ส.หน่อยอยู่ที่ห้องบนเตียง โดยเปิดหนังโป๊ให้ดูไปด้วย เมื่อทั้งสองเสร็จกิจ ตนก็เข้าไปในห้องน้ำจะข่มขืนเป็นคนที่สาม แต่น.ส.น้อยบอกว่าไม่ไหวแล้ว ตนจึงบังคับให้อมนกเขาแล้วลูบไล้ตามร่างกายจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นจึงหลบหนีออกมาโดยไม่ได้ข่มขืนน.ส.หน่อยแต่อย่างใด
ทางด้านน.ส.น้อย เหยื่อทรชน เปิดเผยว่า ทั้งสามคนได้ผลัดกันเข้าไปข่มขืนตนในห้องน้ำ โดยบังคับให้อมนกเขาและยืนร่วมเพศจนสำเร็จความใคร่ ส่วนเพื่อนอีกคนถูกกันไว้ข้างนอก ตนได้ร้องขอและอ้างต่างๆ นานาแต่ทั้งสามคนก็ไม่ฟัง สำหรับน.ส.หน่อยนั้นเพิ่งรู้จักกันที่จ.สุพรรณบุรีไม่นานก็ชวนกันมาเที่ยวหาเพื่อนที่อ.เสนา
หลังสอบปากคำ ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้งสามดำเนินคดี ส่วนน.ส.หน่อย ตำรวจสงสัยว่าอาจจะรู้เห็นเป็นใจกับชายทั้งสาม เนื่องจากไม่ถูกทำร้ายหรือข่มขืนแต่อย่างใด อาจจะเป็นนางนกต่อล่อลวงน.ส.น้อยมาให้แก๊งทรชนรุมโทรมก็เป็นได้ ซึ่งจะได้เรียกตัวมาสอบสวนต่อไป
อีกคดีเมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นายศิริโชค สิริวรรณภา ประธานอาสาสมัครศูนย์บริการด้านเด็กสตรีผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส เขตบึงกุ่ม อดีตสมาชิกสภาเขตและอดีตผู้สมัคร ส.ส.เขตบึงกุ่ม พาด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี พร้อมกับพ่อของด.ญ.เอ เข้าร้องเรียนกับ"ข่าวสด" ระบุว่า ด.ญ.เอ ถูกนายวีระชัย หรือซบ หมั่นงาม อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/6 ม.3 ต.คลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม ข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งกับพนักงานสอบสวนที่สน.ลาดพร้าว แต่คดีเงียบหายไปไม่มีความคืบหน้า และยังเข้าร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แต่เรื่องก็ยังเงียบอีกเช่นกัน
นายศิริโชคกล่าวว่า คดีนี้ตนรับทราบและคอยประสานมาโดยตลอด พ่อของด.ญ.เอปรึกษากับตน แล้วตัดสินใจพาสองพ่อลูกมาร้องขอให้หนังสือพิมพ์ข่าวสดเป็นสื่อในการเสนอข่าวแพร่ภาพของผู้ต้องหา เพราะหลังก่อเหตุได้หลบหนีเป็นเวลานานกว่า 3 เดือนแล้ว คดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
พ่อด.ญ.เอกล่าวว่า ลูกสาวเรียนอยู่ชั้นม.1 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ โดยแม่ด.ญ.เอเสียชีวิตไปนานแล้ว ต้องนำไปฝากเพื่อนบ้านเลี้ยงดูตั้งแต่ตอนยังนอนแบเบาะ เนื่องจากตนต้องไปทำงานรับจ้างทั่วไป และเดินทางไปต่างจังหวัดเป็นเวลานานกว่าจะได้กลับบ้าน จนปัจจุบันลูกสาวอายุ 14 ปีแล้ว บ้านที่ตนนำลูกสาวไปฝากเลี้ยงก็อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งก็คือบ้านของนายวีระชัย หรือซบ หมั่นงาม อายุ 62 ปี ผู้ต้องหารายนี้นั่นเอง นายวีระชัยนับถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับตน มีพฤติกรรมหื่นกามชอบจับหน้าอกจับก้นลวนลามทำอนาจารกับเด็กผู้หญิง ลูกสาวจะเรียกนายวีระชัยว่าเวาะ แปลว่าลุงของคนอิสลามที่เด็กๆ ใช้เรียกผู้ใหญ่ที่นับถือ
นายปราโมทย์ กล่าวว่า หลังกลับจากทำงานต่างจังหวัด เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา สังเกตเห็นว่าลูกสาวเริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆ เงียบขรึมเศร้าหมอง ระหว่างอยู่บ้านได้ยินเสียงนายวีระชัยมาแอบเรียกลูกสาวอยู่หลังบ้านที่หน้าต่าง จึงเฝ้าดูพฤติกรรมและสอบถามจากหลานสาวอีกคนหนึ่ง จากนั้นคาดคั้นจากลูกสาว จนยอมเล่าความจริงว่า ถูกนายวีระชัยลวงไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 2 ครั้ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะนั้นลูกสาวตนกำลังอุ้มเด็กช่วยน้าเลี้ยงเด็กอยู่บริเวณหน้าบ้าน นายวีระชัยเข้ามาดึงฉุดกระชากลากมือลูกสาวเข้าไปในบ้าน จับผลักนอนบนเตียง ดึงกางเกงขาสั้นออก ข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 2 ครั้ง และส่งเงินให้ 100 บาท และพูดขู่เด็กว่าห้ามนำเรื่องไปบอกใครไม่อย่างนั้นจะไม่ให้เงินใช้ และจะทำร้ายอีกด้วย ลูกสาวกลัวจึงไม่กล้าบอกใคร ต่อมานายวีระชัยพยายามหาโอกาสข่มขืนลูกสาวอีกหลายครั้ง แต่ไม่สบโอกาสเพราะว่าคนเยอะ ภายหลังจากตนทราบเรื่อง นายวีระชัยรีบเข้ามาพูดเจรจาขอร้องไม่ให้เอาเรื่อง และยินดีชดใช้เงินจำนวน 2,000 บาทให้ แต่ตนไม่ยอมบอกว่าจะแจ้งความเอาเรื่องให้ถึงที่สุด นายวีระชัยยังมีหน้าให้ลูกสาวของนายวีระชัยเข้ามาพูดเกลี้ยกล่อมอีกว่ายินดีขอแต่งงานกับลูกสาวตน ตนโมโหมากที่มาบอกอย่างนี้ ลูกสาวตนยังเล็ก ยังมีอนาคต และต้องเรียนหนังสือ ตนไม่ยอมให้ทำอย่างนั้นเด็ดขาด
พ่อเหยื่อเฒ่าหื่นกล่าวว่า จากนั้นเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.พงศกร โนรี พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว สอบสวนปากคำและส่งลูกสาวไปตรวจร่างกายที่ ร.พ.ตำรวจ แพทย์ระบุว่าลูกสาวถูกข่มขืนจริง และให้เด็กกินยาคุมเพราะเกรงว่าเด็กอาจตั้งครรภ์ จากนั้นตำรวจไปตรวจสอบบ้านพักผู้ต้องหา ทราบว่าภายหลังจากที่ลูกสาวผู้ต้องหามาพูดต่อรองขอแต่งงานด้วย ลูกสาวผู้ต้องหาได้พาพ่อเขาหนีไปหลบที่อื่น จนกระทั่งตำรวจ สน.ลาดพร้าว ออกหมายจับเลขที่ 967/2548 ลงวันที่ 26 พ.ค.48 กับนายวีระชัย ตั้งข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่ออนาจาร
นายปราโมทย์ กล่าวว่า หลังจากนั้นคดีไม่มีความคืบหน้า เมื่อสอบถามตำรวจก็บอกว่าได้ทำหน้าที่สอบสวนเสร็จแล้ว และส่งเรื่องให้ฝ่ายสืบสวนดำเนินติดตามจับกุม ตนจึงเข้าร้องกับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี มีเจ้าหน้าที่ให้เขียนกรอกคำร้องทิ้งไว้เท่านั้น ตนจึงปรึกษากับนายศิริโชค สิริวรรณภา ประธานอาสาสมัครศูนย์บริการด้านเด็กสตรีผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส เขตบึงกุ่ม ก่อนพากันมาร้องเรียน"ข่าวสด" ขอให้เป็นสื่อเผยแพร่เร่งให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินติดตามจับกุมผู้ต้องหามาลงโทษตามกฎหมายด้วย
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ 
โดย : dbzthai
อีเมล์ :
วันที่ : 2005-07-28 09:07:32