|
หมอประเวศ" ปลุกคนไทยต้านเผด็จการคอรัปชั่น เปิดตัว "วุฒิพงษ์" ชิงผู้ว่า กทม.
|
|

ผมอยากจะถามพี่น้องชาวกทม.ว่าคิดอย่างไรที่ ดร.วุฒิพงษ์ตัดสินใจลงสมัครผู้ว่ากทม.?
วุฒิพงษ์ เปิดตัวลงชิง"ผู้ว่าฯ กทม."เผยไม่อยากทำหน้าที่แค่เกาะรั้ววิจารณ์ เชื่อมีฝีมือที่จะบริหาร กทม.ทำให้ชาวกรุงอยู่ดีมีสุขได้ พร้อมเปิดแผนบริหารเน้นการแก้ทุกปัญหาที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
ที่ ร.ร.อินเตอร์คอนติแนลตัน ได้มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนล่าสุดคือนายวุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันสหสวรรษ และนักวิชาการที่ต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แปรสัญญาโทรคมนาคม โดยมีการเปิดตัวภายใต้สโลแกนว่า ดร.วุฒิพงษ์ เก่ง ดี กล้า ผู้ว่าฯกทม. และมีการแจกรายชื่อผู้ให้การสนับสนุนการลงสมัครครั้งนี้กว่า 100 คน ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งในวงธุรกิจ วิชาการ องค์เอกชน
นายวุฒิพงษ์ ได้กล่าวในการเปิดตัวครั้งนี้ว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ของบ้านเมืองมาทาบทามให้ลงสมัครแต่ก็ไม่ตอบตกลงเพราะยังมีความคิดอยากพัฒนาการเมืองภาคประชาชน ซึ่งต้องไม่เข้าสู่วงจรอำนาจ อีกทั้งเรื่องที่เคยทำต่อเนื่องมาล้วนเกี่ยวข้องกับนโยบายระดับชาติ แต่ถึงวันหนึ่งก็มีความคิดแวบขึ้นมาในสมองว่า สิ่งที่ทำอยู่นั่นสามารถนำมาใช้กับกทม.ได้ จึงได้ตัดสินใจที่จะลงสมัครด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1.เราไม่ควรเกาะอยู่นอกรั้ว คอยตรวจสอบ คอยชี้แนะให้กับนักการเมืองอาชีพที่เข้าไปละเลงบ้านเมือง โดยไม่ค่อยจะรับฟังความคิดเห็นของสังคม แต่เราควรเข้าไปลุยเสียเอง ซึ่งเมื่อดูจากประสบการณ์การทำงานทั้งในเรื่องการ จัดตั้งบริษัท ทริสต์ ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทเอกชน.หรือการบริหารธนาคารกรุงเทพจนเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ การศึกษาที่หลากหลาย และการทุ่มเทในการทำงานการเมืองภาคประชาชนไม่ต่ำกว่า 8 ปี จึงคิดว่ามีคุณสมบัติพอที่สลับบทบาทจากการเป็นผู้เกาะรั้วไปเป็นผู้บริหารเอง
นายวุฒิพงษ์ กล่าวอีกว่า ประการที่ 2. มองว่ากทม.คือประเทศไทยย่อส่วนซึ่งสมัยก่อนมี 14 กระทรวงกทม.ก็มี 14 สำนักเช่นกัน ดังนั้นสิ่งทีตนเคยทำในภาคใหญ่จึงคิดว่าสามารถย่อส่วนมาใช้กับการทำงานของกทม.ได้เพียงแต่จะต้องมีวิธีคิดและใช้แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างจากการแก้ปัญหาในภาพใหญ่ รวมทั้งต้องมีการดึงพลังสร้างสรรค์ของภาคประชาชนเข้ามาร่วม ซึ่งหากสามารถทำได้อานิสงศ์นี้จะเกิดขึ้นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับหรือแม้แต่รัฐบาล 3. ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าจริงหรือไม่ที่การต่อสู้ทางการเมืองจะไม่ใช้เงินไม่ได้เพราะตนจะไม่ใช้เงินในการเลือกตั้งครั้งนี้เนื่องจากถึงจะใช้ก็ไม่มีให้ใช้ ซึ่งหากสามารถได้เข้าไปบริหารกทม.ก็จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าความถูกต้องสามารถเอาชนะเงินได้
ปัญหาของกทม.เวลานี้ก็คือ คนจะมองว่ากทม.เป็นสถานที่สำหรับการหาเงิน เมื่อได้เงินแล้วก็ไม่อยากอยู่กทม. คนที่อยู่กทม.บางคนก็เป็นประเภททนอยู่ ผมจึงอยากกทม.เป็นสถานที่ที่คนอยู่เพราอยากอยู่ อยากเห็นชาวกทม.อยู่ดีมีสุข จึงจะต้องมีการคืนคุณภาพชีวิตให้คนกทม.ซึ่งวิธีการนั้นการแก้ไขปัญหาจะต้องไม่มีการมองปัญหาแบบแยกส่วนเพราะปัญหาหนึ่งก็จะไปกระทบกับอีกปัญหาหนึ่ง ต้องมีการวางยุทธศาสตร์ของทุกเรื่องให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ การบริหาร ต้องไม่ใช่แค่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลก็เพียงพอ เพราะหลายครั้งมีวิสัยทัศน์ แต่โลกทัศน์แคบก็นำมาซึ่งมโนทัศน์ที่วิบัติ ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัด คือ การบริหารที่เอาเงินเป็นตัวตั้งคิด เน้นการเปิดคาสิโน บ่อนการพนัน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดอกุศล แต่จะต้องเอาคนเป็นตัวตั้ง ให้ทุกคนได้มีโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งโอกาสนั้นไม่ได้หมายถึงเฉพาะเพียง 10 ตระกูล เท่านั้น แต่หมายถึงคนเล็กคนน้อยได้เข้ามามีโอกาสและมีส่วนร่วม เรียกได้ว่าเป็นการคิดการใหญ่ใส่ใจคนเล็กน้อย"นายวุฒิพงษ์ กล่าว
นายวุฒิพงษ์ กล่าวต่อว่า ไม่เชื่อว่าทุนนิยมอำมหิตทฤษฎีปลาใหญ่กินปลาเล็กจะเป็นคำตอบสุดท้ายของประเทศบางทีเราอาจจะต้องถอยกลับมาที่เศรษฐกิจทางเลือกหรือเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งไม่ไช่เป็นเพียงอุดมการณ์ทำไม่ได้และไม่ใช่เรื่องทีจะไปทำที่หนองหมาว้อ แต่เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องที่ทำได้ในกทม.นอกจากนี้จะต้องมีการนำพลังที่สร้างสรรค์ พลังบริสุทธิ์มาใช้ในการสร้างสังคมกรุงเทพฯ โดยจะถือเป็นภารกิจแรกถ้าได้เข้าบริหารกทม. จะเปิดพื้นที่ให้คนกทม.ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของกทม.ซึ่งการทำเช่นนี้ไม่ใช่ตนจะเป็นผู้ว่าฯแล้วจะไม่รับผิดชอบอะไรเลย แต่ตนอยากจะเป็นศูนย์กลางในการดึงส่วนต่าง ๆของสังคมกทม.เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา
ผมเป็นผู้ว่าฯก็ไม่ใช่ผู้ว่าฯ ซุปเปอร์ซีอีโอที่คอยสั่งรองผู้ว่าฯหรือผู้อำนวยการเขต แต่เราจะเป็นศูนย์กลางพลังบริสทธิ์เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารซึ่งเชื่อว่าจะมีประสิทธิภาพเช่น กรณีการทุจริตคอร์รัปชั่น จะต้องนำโครงการใหญ่ของกทม.ใส่ในเว็ปไซต์แล้วให้ประชาชนเข้ามาจับตาดู ไม่ใช่การจัดตั้งองค์กรขึ้นมาจับทุจริตเพราะในที่สุดเขี้ยวเล็บที่สร้างขึ้นจะกลายเป็นอุปกรณ์ทางการเมืองกลับมาทิ่มแทงประชาชน ซึ่ง กทม.วันนี้ ไม่ต้องการอัศวินม้าขาวหรืออัศวินควายดำเข้ามาอีกแล้ว เพราะเป็นล้าสมัย การเมืองใหม่ไม่ต้องมีใครเป็นพระเอก ทุกอย่างจะต้องมีการร่วมมือกันขับเคลื่อน ผมจะพร้อมจะนำพากองทัพม้าแกลบเข้าสานความฝันของชาวกทม.ให้เป็นจริง ถึงแม้ม้าตัวนี้ออกตัวช้าแต่ก็ยินดีที่จะวิ่งไปใน 7 สัปดาห์ที่เหลือและพร้อมที่จะลุยงานหนักใน 4 ปีข้างหน้านายวุฒิพงษ์ กล่าว
ข่าวจากนสพ. ผู้จัดการ
โดย : Pandamona
อีเมล์ : hoonpok@slu.edu
วันที่ : 2004-07-12 16:10:52
ส่งให้เพื่อน