พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีกระแสพระราชดำรัส ชี้ทางดับไฟใต้ ให้ทหารกับตำรวจ ทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง ทรงระบุถ้าทำไม่ได้ ประเทศชาติล่มจม ประชาชนหมดความปลอดภัย ไม่มีความสุข
เวลา 17.35 น. วันที่ 17 พ.ย. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ อาคารอเนกประสงค์ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายทหารสังกัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระราชทานยศชั้นพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี พลตรีหญิง พลเรือตรีหญิง และพลอากาศตรีหญิง จำนวน 432 ราย จากนั้นได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานยศชั้นนายพล จำนวน 78 นาย
โอกาสนี้ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความสันติสุขของประเทศชาติ ความสำคัญตอนหนึ่งว่า
"ทั้ง 3 เหล่าทัพ ทั้งนายพลและคณะทหาร ตำรวจชั้นนายพล รวมทั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นพลเอก พลโท ที่ได้รับการประดับยศแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่คงเป็นบุคคลและเป็นที่น่ายินดี นายทหารและนายตำรวจชั้นนายพลนี้มีความสำคัญมากในปัจจุบันนี้ เพราะว่าจะต้องทำหน้าที่ให้ต้องสอดคล้องกัน โดยเฉพาะเรื่องราวพร้อมกัน ทั้ง 3 เหล่าทัพ และตำรวจ เพราะว่างานตรงนี้ ทั้งทหารและตำรวจมีหน้าที่ที่จะต้องสอดคล้องกัน อย่างตามนโยบายรัฐบาลที่บอกว่า จะต้องมีความร่วมมือกันทุกฝ่าย ทุกเหล่า ก็รวมทั้งคนอื่นที่เป็นข้าราชการที่จะต้องดูแลประเทศชาติให้มีความปรองดองสอดคล้องกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่รักษาความสงบของประเทศ ยิ่งมีความสำคัญ ดูเหมือนว่าปัจจุบันนี้มีความสำคัญยิ่งขึ้น แต่ก่อนนี้ดูเหมือนว่า มีความไม่เรียบร้อยในประเทศชาติ คือมีความไม่สงบ แต่มาตอนหลังนี้ก็ดูมีมากขึ้น ไม่รู้การอย่างอื่น อย่างเช่นที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พูดเมื่อวานนี้ ที่บอกว่ามีความไม่เรียบร้อยในที่ที่เสด็จ ซึ่งไม่ควรจะมี ถ้าฝ่ายทหารและตำรวจได้ร่วมกันจัดการดูแลความเรียบร้อยนั้น ก็จะทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขได้มาก
เหตุการณ์ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้เห็นด้วยองค์เองนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย แต่ว่าถ้าฝ่ายทหารและตำรวจร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง อย่างจริงจัง ก็คงได้บรรเทาลงได้ แต่ว่าถ้าไม่ได้ทำ ก็ทำให้ประเทศชาติล่มจมได้ ประเทศชาติล่มจม ก็หมายความว่า ประชาชนไม่มีความสุข ประชาชนไม่มีความปลอดภัย ซึ่งความปลอดภัยของประเทศเป็นหน้าที่ของทหารและตำรวจโดยตรง"
ทุกฝ่ายประสานเสียงร่วมดับไฟใต้ สนองพระราชกระแสรับสั่งราชินี ขณะที่นายกฯ ประกาศกร้าว "พวกมักใหญ่ใฝ่สูง ไม่เก็บเอาไว้ทำพ่อ" ผู้นำศาสนาติงรัฐโปรยนกกระดาษ ระวังกระทบวิถีชีวิตมุสลิมในพื้นที่ ชี้คนในพื้นที่ต้องการให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน มากกว่าได้นกกระดาษ ร.ร.เมืองนรา 200 แห่ง ประกาศปิดเรียนชั่วคราวอีกรอบ เผยชาวบ้านนราธิวาส อพยพทิ้งบ้านเกิดแล้วนับพันครัวเรือน กลายเป็นเมืองร้างในพริบตา
หลังสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันหาหนทางแก้ปัญหาสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ทุกฝ่ายต้องน้อมรับนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติแล้ว
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าถึงเวลาจำเป็นที่ทุกคนจะต้องเข้าใจเรื่องของความรักและความสามัคคีภายในชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รับสั่งมีความหมายลึกซึ้งมาก เพราะท่านรับสั่งมาจากส่วนลึกของพระราชหฤทัยท่าน โดยเฉพาะที่รับสั่งว่า ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปยังพื้นที่ภาคใต้มากว่า 30 ปี ทอดพระเนตรเห็นพี่น้องชาวไทยมุสลิมมาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ รับสั่งว่ามันไม่ใช่ฝีมือคนไทยมุสลิมของพระองค์
"ตรงนี้ผมบอกได้เลยว่า มันไม่ใช่ไทยมุสลิมพันธุ์แท้ ผมบอกได้เลยว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะต้องแสดงพลัง เพื่อให้พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รู้ว่า พวกเรารักและห่วงใย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และคนไทยทุกคนต้องการเห็นคือสันติ พวกเราจะกดดันเรียกร้องให้เอาสันติคืนมา ส่วนคนที่คิดมักใหญ่ใฝ่สูง อยากแบ่งแยกดินแดนนั้นเราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งมันไม่หนักหนาเกินไป" นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เน้นเรื่องการขับเคลื่อนกลไกทั้งประเทศ เพื่อเชิญชวนให้คนไทยทั้ง 62 ล้านคน ร่วมกันพับนกสันติภาพ เป็นสัญลักษณ์ จริงๆ แล้วคนไทยทั้งประเทศมี 63 ล้านคน แต่คิดว่าคนไทยพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประมาณ 1 ล้านคน ฉะนั้นคนไทยทั้งประเทศที่เหลืออีก 62 ล้านคนช่วยกันพับนกคนละตัว มอบให้อำเภอรวบรวมไปส่งยังจังหวัด จากนั้นจังหวัดก็จะรวบรวมไปส่งที่สนามบินเพื่อให้กองทัพอากาศรวบรวมไว้ภายในวันที่ 1 ธ.ค.
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า วันที่ 5 ธ.ค.ตอนเช้า เครื่องบินของกองทัพอากาศจะบินขึ้นพ่นควันสีรูปธงชาติไทยบนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามด้วยการโปรยนกสันติภาพ 62 ล้านตัว ให้รู้กันไปเลย และขอบอกกับพี่น้องภาคใต้ว่า เราอยากเห็นสันติภาพ ขอให้ดึงลูกหลานที่หลงผิดออกจากกระบวนการ
"ปล่อยให้ไอ้พวกมักใหญ่ใฝ่สูงที่มีอยู่ไม่กี่คน เดี๋ยวเราจัดการเอง ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจัดการแน่ ผมไม่เอาไว้ทำพ่อสักคน ไม่ต้องห่วง ท่านทั้งหลายก็ต้องช่วยกันบอกกับพี่น้องทุกคนว่า เราจะต้องแสดงพลังให้รู้ว่าเรารักแผ่นดินไทย ใครจะแยกแผ่นดินไทยไปจากเราไม่ได้ เราห่วงพี่น้องคนไทย ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไร ก็ถือว่าเป็นคนไทยด้วยกัน เราอยากเห็นสันติ อยากให้ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ข้าราชการ และประชาชนทั้งหลายได้ช่วยกัน ขับเคลื่อนแสดงพลังตามพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และผมจะพยายามให้ดีที่สุด มั่นใจว่าเราเอาอยู่ คงไม่ต้องถึงกับให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงยิงปืนด้วยพระองค์เอง นี่แสดงให้เห็นว่าท่านพร้อมที่จะปกป้องผืนแผ่นดินไทยแม้จะทรงมีพระชนมายุถึง 72 พรรษาแล้วก็ตาม" นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า คนไทยทั้งประเทศจะมามัวนั่งเดียวดายไม่ได้ ไม่ต้องห่วง ถ้ามีการแบ่งแยกดินแดนขึ้นจริง ตนจะอยู่ข้างหน้าเอง ไม่กลัวอยู่แล้ว รับรองว่าจะใช้สันติวิธีให้มากที่สุด เพราะเชื่อว่ามีผู้หลงผิดอยู่ด้วย เราจะให้โอกาสผู้หลงผิด แต่ไอ้พวกที่มันไม่ได้หลงผิดคือมันตั้งใจจริงๆ เราไม่เอาไว้ อยากให้ทุกคนร่วมกันแสดงพลังอย่างต่อเนื่อง