![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| ข้อมูลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2547 |
|

ตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน (นายสมัคร สุนทรเวช) ได้รับเลือกตั้งเมื่อ 23 กรกฎาคม 2543 จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2547 นั้นในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในครั้งใหม่นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะเป็นผู้ควบคุมและจัดให้มีการเลือกตั้ง ทั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 ซึ่งมีผลบังคับใช้กับการเลือกตั้งท้องถิ่น ของกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2546 และกรุงเทพมหานครมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการจัดการเลือกตั้ง สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ สรุปได้ดังนี้
1. วันและเวลาเลือกตั้ง วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2547 เวลา 08.00-15.00 น.
2. วันและเวลารับสมัครเลือกตั้ง ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2547 ถึงวันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2547 รวม 5 วัน เวลา 08.30-16.30 น.
3. สถานที่รับสมัคร ณ ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
4. จำนวนผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ที่จะมีการเลือกตั้ง ทั้งสิ้น 1 คน
5. เขตเลือกตั้ง มี 1 เขตเลือกตั้ง โดยใช้พื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมดเป็นเขตเลือกตั้ง (กรุงเทพมหานครมี 50 เขตปกครอง รวมเป็น 1 เขตเลือกตั้ง)
6. หลักฐานการสมัครรับเลือกตั้ง ประกอบด้วย
6.1 บัตรประจำตัวประชาชน แต่ถ้าผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นบุคคลซึ่งไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน ตามกฎหมายให้ใช้บัตรประจำตัวหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้
6.2 สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
6.3 ใบรับรองแพทย์
6.4 ค่าธรรมเนียมการรับสมัคร จำนวน 50,000.- บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)
6.5 รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ขนาดกว้างประมาณ 8.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 13.5 เซนติเมตร จำนวน 12 รูป และเงินสด จำนวน 20,000.- บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) เพื่อเป็นค่าจัดพิมพ์ ประกาศรายชื่อพร้อมรูปถ่ายผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามแบบ (ผ.ถ.28) จำนวน 18,000 ฉบับ โดยใช้รูปถ่ายดังกล่าวเป็นต้นฉบับในการจัดพิมพ์
6.6 หลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามีกรณีต้องอ้างอิง) เช่น เอกสารใบเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล สูติบัตร หลักฐานหรือใบรับรอง แสดงการเกิด ถิ่นที่อยู่ หรือหลักฐานการเสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือน และที่ดิน หรือกฎหมาย ว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับกรุงเทพมหานครเป็นเวลาติดต่อกันสามปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง กรณีมีชื่อ อยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครน้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่มีชื่ออยู่ใน ทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นต้น < ขั้นตอนการสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร >
7. คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
8. ค่าสมัครและค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ค่าสมัคร - กฎหมายใหม่กำหนดไว้ 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาท) - กฎหมายเดิมกำหนดไว้ 5,000 บาท (ห้าพันบาท)
9. ข้อห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง กฎหมายเดิมได้กำหนดข้อห้ามในการหาเสียง เช่น การจัดมหรสพ การเสนอให้เงิน ทรัพย์สิน เพื่อลงคะแนนให้ผู้สมัคร โดยห้ามผู้สมัครดำเนินการนับจากวันที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง แต่กฎหมายเลือกตั้งใหม่ห้ามมิให้ดำเนินการหาเสียงในลักษณะที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งดังกล่าวก่อนวันครบวาระของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 60 วัน
10. หน่วยเลือกตั้ง มีจำนวน 5,999 หน่วย เพิ่มขึ้น 130 หน่วย (เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2543 มีหน่วยเลือกตั้ง 5,869 หน่วย) < ข้อมูลจำนวนหน่วยเลือกตั้งและสถานที่นับคะแนน >
11. ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีจำนวน 4,172,346 คน (ยอดเดือน เมษายน 2547) การเลือกตั้งผู้ว่าราชการ- กรุงเทพมหานครครั้งที่แล้ว เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2543 มีผู้มีสิทธเลือกตั้ง จำนวน 3,817,456 คน
12. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (1) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี (2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง คือผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 3 มกราคม 2529 (3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตการเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้ง นอกจากนี้ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่กฎหมายเลือกตั้งกำหนด เช่น วิกลจริต เป็นนักบวช ถูกคุมขังอยู่ตามกฎหมาย หรือยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
13. ทุกคนมีหน้าที่ไปเลือกตั้ง ถ้าไม่ไปต้องแจ้งสาเหตุต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานเขตท้องที่ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยสาเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งต้องเป็นเหตุดังต่อไปนี้เท่านั้น คือ 1) เจ็บป่วย ไม่ว่าถึงขนาดต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือไม่ 2) มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สะดวกในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 3) มีอายุเกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง 4) ไม่อยู่ในภูมิลำเนาในเวลาเลือกตั้ง 5) เหตุอื่นที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
14. ไม่ไปเลือกตั้งและไม่แจ้งสาเหตุ จะเสียสิทธิดังนี้
1) สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
2) สิทธิร้องคัดค้านการเลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
3) สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
4) สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
5) สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้า ชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
6) สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วย การลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น การเสียสิทธิตาม วรรคหนึ่ง ให้มีการกำหนดเวลาตั้งแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้งครั้งที่ ผู้นั้นไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เช่น กรณีเสียสิทธิเนื่องจากไม่ไปเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในครั้งนี้จะได้สิทธิคืนมาต่อเมื่อไปใช้สิทธิเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในครั้งต่อไป
15. บัตรเลือกตั้ง ตามกฎหมายเดิมจะพับเป็นฉบับแยกออกจากกันไม่มีต้นขั้ว ส่วนกฎหมายใหม่ บัตรเลือกตั้งจะพิมพ์เป็นเล่ม ๆ ผู้เลือกตั้งต้องลงชื่อในต้นขั้วบัตรและฉีกบัตรออกจากต้นขั้วเพื่อลงคะแนนและพับก่อนนำไปหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้ง
16. วิธีการลงคะแนน ให้กาเครื่องหมาย กากบาท X เพียงหมายเลขเดียวลงในบัตรเลือกตั้ง โดยบัตรเลือกตั้งจะพิมพ์เป็นเล่มมี ต้นขั้วบัตร ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งต้องลงชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือลงบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และเมื่อลงคะแนนแล้วต้องนำไปหย่อนลงหีบบัตรด้วยตนเอง
17. การนับคะแนนและประกาศผลการเลือกตั้ง การนับคะแนน กฎหมายเดิมนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้ง กฎหมายใหม่ให้นำหีบบัตรไปที่เขตปกครอง เพื่อนับคะแนนและส่งผลการนับคะแนนมารวมยอดคะแนน ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครหรือ สถานที่อื่นตามความเหมาะสม การประกาศผลการเลือกตั้ง กฎหมายเดิมให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้ประกาศ กฎหมายใหม่ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ประกาศ
18. การร้องคัดค้านการเลือกตั้ง กฎหมายเดิมให้ร้องต่อศาลแพ่ง กฎหมายใหม่ให้ร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยผ่านผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร
19. การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบเหลือง ใบแดง) - กฎหมายเดิมไม่มี -กฎหมายใหม่หากคณะกรรมการการเลือกตั้งสืบสวนสอบสวนพบว่าผู้สมัครรายใดกระทำผิดกฎหมาย เลือกตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครรายนั้นกรณีต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่และผู้สมัครรายดังกล่าวต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
20. งบประมาณในการดำเนินการเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่อง งบประมาณเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครได้ตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ไว้แล้ว จำนวน 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาท) ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2543 ใช้งบประมาณ ไปจำนวน 84,765,541.70 บาท (แปดสิบสี่ล้านเจ็ดแสนหกหมื่นห้าพันห้าร้อยสี่สิบเอ็ดบาทเจ็ดสิบสตางค์)
แต่อย่างไรก็ตามยอดงบประมาณดังกล่าวคงไม่เพียงพอ เนื่องจากขณะนี้ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 โดยแก้ไขให้มีการนับคะแนน ณ สถานที่แห่งเดียวของแต่ละเขตปกครองแทนนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเรื่อง เงินตอบแทนเจ้าหน้าที่นับคะแนนและค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการนับคะแนน เป็นต้น ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร โทร. 0 2224 3044 และ 0 2224 2945 ที่มา : http://www.bma.go.th
![]() |
|
||
|
||
|
||
|
||
|
||
|
||
|
||
|
||
|
||
|
||
|