|
นโยบาย...ผู้สมัครตัวเก็ง เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร
|
|

หมายเลข 1.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
เกิดวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2504 อายุ 43 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาโทบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) อาชีพ นักธุรกิจ
5 แบบ 5 นโยบาย
1.กทม.เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ การศึกษาและกีฬาของเยาวชนใน 50 เขต
2.ชีวิตครอบครัวเป็นสุข ทั้งด้านสุขภาพอนามัยอย่างมีคุณภาพ
3.กทม.สวยสดใส น้ำสะอาด โดยจะมีการแปลงที่รก จัดการปัญหามลภาวะ
4.กทม.จราจรสะดวกไม่ติดขัด ผลักดันให้มีการจัดรกโรงเรียนเชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนต่างๆ
5.ผลักดันให้มีการพัฒนาอาชีพส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ จัดหาตลาด ร่วมมือกับต่างประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยว
หมายเลข 3.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
เกิดวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2491 อายุ 56 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อาชีพ นักการเมือง
ยุทธศาสตร์บริหาร กทม. "7 แผน 4 ปรับ 3 หลัก 6 เร่ง"
7 แผน ได้แก่
1.จะสร้างและพัฒนาระบบบริหารให้เป็นธรรมาภิบาล โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเอาความสุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด และจะประสานความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
2.จะสร้าง กทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่มีสภาวะแวดล้อมที่ดีมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นเมืองชั้นนำของโลก
3.จะพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการคมนาคมทั้งที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐและของ กทม. เพื่อประสานและสอดคล้องกันทั้งในด้านการบริหารและบริการ ทั้งนี้จะเสนอให้รัฐบาลกระจายอำนาจหรือมอบอำนาจให้ผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้บริหารแบบบูรณาการ หรือซีอีโอ ในการบริหารจัดการปัญหาของเมือง เช่น การจราจรหรือกิจการสาธารณูปโภค
4.จะสร้างศักยภาพของครอบครัวและเด็กให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นหลักในการสร้างสังคมที่ดี และมีคุณภาพ
5.จะสร้างโอกาสให้คนพัฒนารายได้ สร้างอาชีพ หรือทำมาหากินได้อย่างสุข มีความหวัง
6.จะสร้าง และพัฒนา กทม.ให้เป็นเมืองแห่งอนาคต และ
7.จะทำให้ กทม.เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี
4 ปรับ ได้แก่ 1.ปรับระบบการทำงานให้เป็น E-Bangkok 2.ปรับวัฒนธรรมการทำงานของข้าราชการให้ทันสมัยรวดเร็วและมีคุณภาพ 3.ปรับทัศนคติของข้าราชการให้รักประชาชน รักงาน และรักการให้บริการ 4.ปรับ กทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่ และเป็นเมืองชั้นนำของโลก
3 หลัก ได้แก่ 1.กรุงเทพฯเมืองน่าอยู่ คนกรุงเทพฯคุณภาพชีวิตที่ดี 2.การบริหารทันสมัยด้วยเทคโนโลยีมีธรรมภิบาล 3.การบริหารการที่รวดเร็วมีคุณภาพ
6 เร่ง ได้แก่
1.เร่งให้ระบบบริหารและการให้บริการไปสู่ E-Bangkok เช่น เปิดการบริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ หรือ One stop service อี-ออปชั่น คือ การประมูลทางอินเตอร์เน็ตให้มีความโปร่งใส นอกจากนี้จะให้การศึกษาเพื่อปรับระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่ไม่คุ้มค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่ไม่คุ้มค่า และเป็นภาระของประชาชนโดยไม่จำเป็น เช่น ยกเลิกค่าธรรมเนียมในการเก็บขยะจำนวน 40 บาทต่อเดือน นอกจากนี้จะให้มีการทบทวนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการบำบัดน้ำเสีย
2.เร่งสร้างทัศนคติการให้บริการประชาชนให้เป็นหัวใจ และวิญญาณของข้าราชการ 3.เร่งสร้างความน่าอยู่ 4.เร่งสร้างเด็กไทย และสังคมไทยให้พร้อมในการแข่งขัน ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเด็กนักเรียน กทม.จะต้องรักษาอังกฤษและคอมพิวเตอร์ 5.เร่งสร้างความรักและความอบอุ่นของครอบครัว 6.เร่งสร้าง กทม.ให้เป็นเมืองแห่งโอกาส และเป็นเมืองในฝันของคนสู้ชีวิต
หมายเลข 7.นางปวีณา หงสกุล
เกิดวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2492 อายุ 55 ปี จบการศึกษา ปริญญาตรีพาณิชยศาสตร์ วิทยาลัยบลิช สหรัฐอเมริกา ปริญญาตรีศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อาชีพ อดีต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคชาติพัฒนา
สโลแกน "ปวีณา 24 ช.ม. กรุงเทพฯ 24 ช.ม." มีนโยบาย 3 ข้อ
1.จัดให้ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ แท็กซี่ สามล้อตุ๊กๆ 100,000 คน ใน กทม.เป็นอาสาสมัครสายตรวจ กทม. ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาว กทม. โดย กทม.จะจัดกองทุนสวัสดิการประกันอุบัติเหตุการศึกษาบุตร และการรักษาในโรงพยาบาลสังกัด กทม.
2.จัดตั้งวิทยุสื่อสาร กทม.เป็นศูนย์วิทยุสื่อสารให้แท็กซี่ส่วนบุคคลใช้บริการฟรี เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารจากแท็กซี่ สามล้อตุ๊กๆ ในฐานสายตรวจ กทม.เข้าด้วยกัน
3.เชื่อมโยงศูนย์วิทยุสื่อสารของแท็กซี่อู่ต่างๆ ใน กทม.และปริมณฑล เข้ากับศูนย์วิทยุ กทม.
หมายเลข 15.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
เกิดวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2504 อายุ 43 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาชีพ นักธุรกิจ
ใช้หลัก"5 ส."
1) สังคม จะแก้ไขสังคมที่เห็นแก่ตัว ให้คนรวยหันมาช่วยเหลือคนจน
2) สวัสดิการ จะจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับคนยากจนสร้างสวนสาธารณะทั้ง 50 เขตคืนกำไรให้คนกรุงทุกคน
3) สวัสดิภาพ ปัญหาการก่ออาชญากรรมถือเป็นเรื่องที่ประชาชนกลัวมาก โดยเฉพาะโจรบนสะพานลอย ดังนั้นจะต้องโอนตำรวจนครบาลมาสังกัด กทม.แล้วแก้ได้แน่นอน
4) สาธารณสุข ในปัจจุบันโรงพยาบาลในสังกัด กทม.มีเพียง 7 แห่ง ส่วนสถานีอนามัยมีถึง 63 แห่ง
5) สภาพแวดล้อม ปรับปรุงระบบรถขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ให้สามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วขึ้น
ที่มา : มติชน
โดย : SK
อีเมล์ : webmaster@mthai.com
วันที่ : 2004-07-29 15:47:37